ข้ามไปเนื้อหาหลัก

Dario Amodei เคลียร์ชัด Anthropic ไม่เคยหนุนแบนโมเดล Open-Weight แต่ห่วงภัย AI จีน

ซีอีโอ Anthropic ออกโรงสยบข่าวลือ ย้ำโมเดลเปิดไร้พิษภัยคือประโยชน์สาธารณะ พร้อมชี้เป้ามาตรการรับมือจีนที่แท้จริง

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
28 Jul 2026ที่มา: TechCrunch3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)อัปเดตล่าสุด 29 Aug 2026
แชร์
Dario Amodei เคลียร์ชัด Anthropic ไม่เคยหนุนแบนโมเดล Open-Weight แต่ห่วงภัย AI จีน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • Dario Amodei ซีอีโอ Anthropic ปฏิเสธข่าวลือเรื่องการสนับสนุนการแบนโมเดล open-weight
  • Jensen Huang นำทัพบริษัทไอทียื่นจดหมายเปิดผนึกคัดค้านการจำกัดโมเดล open-weight ก่อนเวลาอันควร
  • Amodei มองว่าโมเดล open-weight ที่ไร้ความสามารถอันตรายคือกำลังสำคัญที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ
  • เสนอมาตรการสกัดจีนผ่านการจำกัดชิปและคุมเข้มกระบวนการ distillation แทนการแบนโมเดลเปิด

Dario Amodei ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Anthropic ออกมาเคลื่อนไหวเมื่อช่วงบ่ายวันจันทร์ เพื่อสยบกระแสข่าวลือในแวดวงอุตสาหกรรมที่ระบุว่าบริษัทของเขามีส่วนสนับสนุนความพยายามของรัฐบาลสหรัฐฯ ในการแบนโมเดล open-weight ของจีน หรือแม้กระทั่งการแบนโมเดลลักษณะดังกล่าวโดยรวมทั้งหมด

ประเด็นดังกล่าวร้อนระอุขึ้นหลังจากที่ Jensen Huang ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Nvidia ได้ใช้งานแพลตฟอร์ม X เป็นครั้งแรกเพื่อเผยแพร่จดหมายเปิดผนึกในวันศุกร์ โดยมีบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำร่วมลงชื่ออีกเพียบ อาทิ Hugging Face, Meta, Microsoft และ Mistral เพื่อเรียกร้องให้ผู้กำหนดนโยบายหลีกเลี่ยงการบังคับใช้มาตรการจำกัดโมเดล open-weight แบบกวาดล้างและก่อนเวลาอันควร

"Anyone who has read my past writing should know that I don’t regard such bans as a useful measure, but let me state it clearly so that there is no doubt: Anthropic has never advocated for a ban on open-weights models"

Dario Amodei

แม้จดหมายเปิดผนึกฉบับดังกล่าวจะไม่ได้เจาะจงชื่อประเทศจีนโดยตรง แต่ข้อถกเถียงในอุตสาหกรรมกลับพุ่งเป้าไปที่ข้อกล่าวหาว่าห้องปฏิบัติการ AI ของจีนกำลังพัฒนาขีดความสามารถขึ้นมาจากการขโมยทรัพย์สินทางปัญญาของฝั่งสหรัฐฯ ผ่านกระบวนการ distillation ซึ่งเป็นวิธีที่โมเดล AI หนึ่งจะกระหน่ำป้อนชุดคำสั่งไปยังอีกโมเดลเพื่อเรียนรู้การทำงาน

ในบล็อกโพสต์ที่เผยแพร่เมื่อวันจันทร์ Amodei ระบุว่าเขามองว่าโมเดล open-weight จัดอยู่ในกลุ่มที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับภัยคุกคามจากประเทศจีน โดยระบุว่าโมเดลเปิดที่ไม่มีความสามารถอันตรายคือกำลังสำคัญที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ เนื่องจากไม่มีต้นทุนอื่นใดนอกเหนือจากค่าพลังประมวลผลที่ใช้รันระบบ และยังสร้างมูลค่ามหาศาลให้กับภาคธุรกิจ นักพัฒนา รวมถึงนักวิจัยด้วย

artificial intelligence microchip technology

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

มุมมองเรื่องโมเดล open-weight ในอุตสาหกรรม AI ขณะนี้มีความเห็นต่างกันอย่างชัดเจน ระหว่างฝ่ายที่มองว่าการเปิดกว้างซอร์สโค้ดช่วยให้ผู้พัฒนารายย่อยและนักวิจัยสามารถตรวจสอบและป้องกันช่องโหว่ได้ดีกว่า กับฝ่ายความมั่นคงที่กังวลเรื่องการรั่วไหลของเทคโนโลยีสู่มือประเทศคู่แข่ง ซึ่งจุดยืนของ Anthropic พยายามหาจุดสมดุลระหว่างการเปิดกว้างทางนวัตกรรมและการควบคุมความเสี่ยงด้านความปลอดภัยระดับชาติ

ทว่าจุดยืนนี้สวนทางกับความเห็นของกลุ่มสนับสนุนโอเพนซอร์สที่มักโต้แย้งว่า การเข้าถึงโมเดลเปิดทรงพลังที่ไม่อยู่ภายใต้การควบคุมขององค์กรเดี่ยวจะช่วยให้ฝ่ายป้องกันสามารถปกป้องตนเองได้ดีกว่า Amodei จึงได้เสนอแนวทางปฏิบัติที่เขาเชื่อว่าจะช่วยสกัดกั้นจีนได้อย่างแท้จริง แทนที่จะเป็นการแบนโมเดลเปิดโดยรวม

แนวทางที่เขาเสนอประกอบด้วยการจำกัดการเข้าถึงชิปประมวลผลประสิทธิภาพสูง ซึ่งเป็นนโยบายของสหรัฐฯ ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเรียกร้องให้มีการกวาดล้างกระบวนการ distillation อย่างเป็นทางการ พร้อมกันนี้ สหรัฐฯ ยังเคยส่งสัญญาณขู่คว่ำบาตรจีนหากตรวจพบการโจรกรรมทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวข้องกับโมเดลของสหรัฐฯ

นอกจากนี้ Amodei ยังเผยด้วยว่าเขาสนับสนุนความพยายามที่กำลังเติบโต ซึ่งส่วนหนึ่งนำโดยสหรัฐฯ ในการจัดตั้งองค์กรทดสอบความปลอดภัยของโมเดล โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากทุกประเทศทั่วโลกรวมถึงจีนยินยอมที่จะเข้าร่วมกระบวนการดังกล่าว

ที่มา: TechCrunch

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้