สุชาติโต้สนธิ ปลุกม็อบทำประเทศถอยหลัง ย้ำรัฐบาลชอบธรรม
นายสุชาติระบุการปลุกม็อบไม่ใช่เรื่องสนุก ชี้ทำให้ประเทศถอยหลัง 20 ปี ย้ำรัฐบาลเข้ามาถูกต้องตามกฎหมายและไม่มีปัญหาทุจริต

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- นายสุชาติตอกกลับสนธิเตือนการปลุกระดมม็อบส่งผลเสียต่อประเทศ
- ระบุรัฐบาลชุดปัจจุบันมาจากการเลือกตั้งและมีความชอบธรรมสูงสุด
- เตือนม็อบการเมืองกระทบความเชื่อมั่นและบรรยากาศการลงทุน
นายสุชาติออกมาแสดงจุดยืนโต้ตอบกรณีนายสนธิปลุกระดมการเคลื่อนไหวทางการเมือง โดยระบุชัดเจนว่าการปลุกม็อบไม่ใช่เรื่องสนุกสนานและมีแต่จะทำให้ประเทศชาติถอยหลังลงคลองไปถึง 20 ปี พร้อมกันนี้ยังได้เน้นย้ำถึงความชอบธรรมในการจัดตั้งรัฐบาลที่ผ่านกระบวนการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยอย่างถูกต้อง
ในการชี้แจงครั้งนี้ นายสุชาติได้ยกตัวอย่างฐานเสียงของพรรคการเมืองต่างๆ โดยระบุว่าพรรคภูมิใจไทยมีผู้สนับสนุนจำนวน 5,200,000 คน ขณะที่พรรคประชาชนมีจำนวน 8.1 ล้านคน และพรรคเพื่อไทยมี 4.6 ล้านคน พร้อมตั้งคำถามถึงเสียงสะท้อนจากฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยซึ่งมีจำนวนมากกว่า โดยชี้ว่าไม่สามารถทำให้ทุกคนรักได้ แต่ทุกฝ่ายต้องเคารพกฎกติกาสองฝ่ายและยอมรับเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร
นอกจากนี้ นายสุชาติยังได้สะท้อนมุมมองเกี่ยวกับการบริหารงานของรัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี โดยระบุว่าการเลือกตั้งเพิ่งผ่านพ้นไปได้ไม่กี่เดือน และรัฐบาลชุดนี้ไม่ได้มีปัญหาเรื่องการทุจริตคดโกงหรือมีความผิดพลาดร้ายแรงในการบริหารราชการแผ่นดินแต่อย่างใด สิ่งที่น่ากังวลมากกว่าคือผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับบรรยากาศการลงทุนในภาพรวมของประเทศ
"การทำงานวันนี้ ต้องแยกเป็น 2 เรื่อง 1.เลือกตั้งโดยหลักของประชาธิปไตย และมีเสียงข้างมากในการจัดตั้งรัฐบาล 2.การเลือกตั้งเพิ่งจะผ่านพ้นมาเพียงไม่กี่เดือน รวมทั้งการจัดตั้งรัฐบาล เราก็ทำกันทุกวัน"
นายสุชาติ
ในประเด็นด้านเศรษฐกิจและการลงทุน นายสุชาติเตือนว่าขณะนี้ทั่วโลกกำลังเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่หลังจากวิกฤตโควิด-19 ซึ่งประเทศไทยมีความได้เปรียบและฟื้นตัวได้เร็วกว่าประเทศเพื่อนบ้าน การนำปัญหาความขัดแย้งและความไม่พอใจภายในประเทศมาขับเคลื่อนผ่านการชุมนุมย่อมสร้างความเสียหายต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติที่กำลังถูกดึงดูดเข้ามาผ่านการเดินสายเยือนต่างประเทศของนายกฯ และรัฐมนตรี
การออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองและการโตต้ตอบระหว่างนักการเมืองในบริบทปัจจุบันสะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของเสถียรภาพทางการเมืองไทย ซึ่งมักเผชิญกับวงจรรัฐประหารหรือการชุมนุมยืดเยื้อที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติโดยตรง การหยิบยกประเด็นบรรยากาศการลงทุนขึ้นมาเน้นย้ำจึงเป็นกลยุทธ์สำคัญของฝ่ายรัฐบาลในการสร้างความชอบธรรมและตอกย้ำต้นทุนทางเศรษฐกิจที่ประเทศต้องแบกรับจากความขัดแย้ง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในช่วงท้าย นายสุชาติได้ย้อนอดีตถึงบรรยากาศการเมืองในยุคสภาเก่าที่มีความตึงเครียดและหวาดผวาการบุกรุกพื้นที่ประชุม โดยยกเหตุการณ์อภิปรายไม่ไว้วางใจนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ตนต้องนอนค้างแรมในอาคารรัฐสภาจนถึงเช้าเพื่อรอลงคะแนน พร้อมตั้งคำถามทิ้งท้ายว่าบรรยากาศความหวาดระแวงเช่นนั้นคือสิ่งที่สังคมต้องการให้หวนกลับมาอีกครั้งจริงหรือ
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น