รัสเซียโจมตีเคียฟรอบใหม่ ดับอย่างน้อย 2 ศพ หลังหมดข้อตกลง
รัสเซียเปิดฉากโจมตีทางอากาศใส่กรุงเคียฟ ประเทศยูเครน ช่วงเช้าวันอังคาร ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 ราย และบาดเจ็บ 10 คน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- รัสเซียโจมตีทางอากาศใส่กรุงเคียฟช่วงเช้าวันอังคาร ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย
- เหตุโจมตีเกิดขึ้นหลังสิ้นสุดข้อตกลงหยุดโจมตีเมืองหลวง 3 วัน ระหว่างทูตพิเศษสหรัฐฯเยือน
- ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี คาดการณ์ว่าสงครามจะดำเนินต่อไปจนถึงฤดูหนาว
กองทัพรัสเซียได้กลับมาเปิดฉากโจมตีทางอากาศระลอกใหม่ใส่กรุงเคียฟ เมืองหลวงของประเทศยูเครน เมื่อช่วงเช้าวันอังคารที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 10 คน หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายเพิ่งจะบรรลุข้อตกลงหยุดยิงโจมตีเมืองหลวงชั่วคราวเป็นเวลา 3 วันในช่วงก่อนหน้านี้ ขณะที่คณะผู้แทนระดับสูงของโดนัลด์ ทรัมป์ เดินทางเยือนกรุงมอสโกและกรุงเคียฟเพื่อเจรจาสันติภาพ
ทางด้านหน่วยบริการฉุกเฉินแห่งรัฐของยูเครนรายงานผ่านทางแอปพลิเคชัน Telegram ว่า เกิดเหตุระเบิดหลายครั้งติดต่อกันทั่วยูเครนในช่วงกลางดึก ส่งผลให้อาคารที่อยู่อาศัยได้รับความเสียหายอย่างหนัก โดยเฉพาะตึกอพาร์ตเมนต์สูง 5 ชั้นในเขตโซโลเมียนสกี (Solomianskyi) รวมไปถึงรถยนต์หลายคันที่เกิดเพลิงลุกไหม้ในเขตโปดิลสกี (Podilskyi) ขณะที่ประชาชนจำนวนมากต้องรีบอพยพลงไปหลบภัยภายในสถานีรถไฟใต้ดินของกรุงเคียฟ ซึ่งกลายเป็นมาตรการป้องกันตัวที่ชาวเมืองต้องปฏิบัติเป็นประจำท่ามกลางสถานการณ์สู้รบที่ยังคงดำเนินอยู่
การโจมตีระลอกล่าสุดนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ สตีฟ วิทคอฟฟ์ (Steve Witkoff) และจาเรด คุชเนอร์ (Jared Kushner) คนสนิทของโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เข้าพบปะพูดคุยกับประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี (Volodymyr Zelensky) เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่รัสเซียบุกยูเครนเต็มรูปแบบ โดยการเจรจาลับหลังประตูปิดนานหลายชั่วโมงเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาสิ้นสุดลงโดยไม่มีความคืบหน้าครั้งใหญ่

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
"เราคาดว่าสงครามจะยังคงดำเนินต่อไปจนถึงช่วงฤดูหนาวนี้ หลังจากที่ได้หารือร่วมกับผู้แทนระดับสูงจากสหรัฐอเมริกา"
โวโลดีมีร์ เซเลนสกี
ประธานาธิบดีเซเลนสกีเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวหลังการหารือว่า ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากยูเครน สหรัฐอเมริกา และทวีปยุโรป จะจัดการประชุมร่วมกันในอนาคตอันใกล้นี้เพื่อหาทางออก พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการจัดประชุมสามฝ่ายระหว่างยูเครน รัสเซีย และสหรัฐออเมริกา
การที่รัสเซียกลับมาโจมตีเคียฟทันทีหลังสิ้นสุดกำหนดเวลา 3 วัน สะท้อนให้เห็นว่าความพยายามทางการทูตในระดับทวิภาคียังคงเปราะบางอย่างยิ่ง ท่ามกลางรายงานจาก BBC Verify ที่ระบุว่ากรุงเคียฟกำลังเผชิญกับสัญญาณเตือนภัยทางอากาศบ่อยครั้งที่สุดนับตั้งแต่ปี 2022
ในฝั่งของประเทศรัสเซีย โรมัน บูซาร์กิน (Roman Busargin) ผู้ว่าการภูมิภาคซาราตอฟ (Saratov) เปิดเผยผ่าน Telegram ว่า มีอาคารบ้านเรือนได้รับความเสียหายจากเหตุโดรนโจมตีของยูเครนในเมืองซาราตอฟช่วงเช้าวันอังคารเช่นเดียวกัน สะท้อนถึงการตอบโต้ที่ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่องระหว่างสองประเทศ
ที่มา: BBC World
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น