Meta เปิดตัว Muse ผู้ช่วย AI ส่วนตัว หวังตีตื้นคู่แข่ง
Meta เปิดตัว Muse ผู้ช่วย AI ส่วนตัวที่ทำงานแทนผู้ใช้ได้อัตโนมัติ ทั้งช้อปปิ้งออนไลน์และจองทริป เตรียมปล่อยให้ใช้งานฟรีบน iOS, Android และเว็บไซต์

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Meta เปิดตัว Muse ผู้ช่วย AI ส่วนตัวที่ออกแบบมาให้ใช้งานง่ายโดยไม่ต้องมีทักษะทางเทคนิค
- สามารถทำงานซับซ้อนแทนผู้ใช้ได้ เช่น ช้อปปิ้งออนไลน์ ส่งอีเมล และวางแผนท่องเที่ยว
- มีกำหนดเปิดตัวในสหรัฐอเมริกาบน iOS, Android, เว็บไซต์ muse.ai และแว่นตา AI ในอนาคต
- ใช้งานฟรีสำหรับผู้ใช้ส่วนใหญ่ พร้อมเตรียมส่งแพ็กเกจแบบชำระเงินสำหรับผู้ที่ต้องการฟีเจอร์เพิ่มเติม
Meta เดินหน้าครั้งใหญ่ในการนำปัญญาประดิษฐ์เข้าสู่ผู้ใช้งานทั่วไปด้วยการเปิดตัว Muse ผู้ช่วยส่วนตัวที่บริษัทระบุว่าจะช่วยนำ AI ไปสู่มือของทุกคน ผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้ถือเป็นก้าวล่าสุดในยุทธศาสตร์การปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ด้วยงบประมาณหลายพันล้านดอลลาร์ เพื่อฟื้นฟูตำแหน่งในตลาด AI ที่ตามหลังคู่แข่งสำคัญอย่าง OpenAI, Anthropic และ Google
Muse ถูกพัฒนาขึ้นในฐานะผู้ช่วย AI ส่วนตัวที่พร้อมช่วยเหลือในภารกิจและโปรเจกต์ประจำวัน เช่น การซื้อของออนไลน์ การส่งอีเมล และการวางแผนท่องเที่ยว เมื่อได้รับเป้าหมายแล้ว Meta ระบุว่า Muse สามารถทำงานได้ด้วยตนเอง เปิดเบราว์เซอร์ กรอกแบบฟอร์ม และแม้แต่เจรจาต่อรองแทนผู้ใช้ สำหรับงานที่มีความยาวต่อเนื่อง Muse จะยังคงทำงานต่อในเบื้องหลังแม้ผู้ใช้จะปิดแอปพลิเคชันไปแล้ว และจะกลับมาแจ้งเตือนหากมีสิ่งเปลี่ยนแปลงหรือต้องการการอนุมัติ เช่น การทำธุรกรรมซื้อสินค้า

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในด้านการให้บริการ Muse จะเริ่มปล่อยให้ใช้งานในสหรัฐอเมริกาบนระบบปฏิบัติการ iOS, Android และเว็บไซต์ muse.ai รวมถึงแว่นตา AI ที่จะมีตามมาในเร็วๆ นี้ บริการผู้ช่วยนี้จะเปิดให้ใช้งานฟรีสำหรับผู้ใช้ส่วนใหญ่ โดย Meta ระบุว่าจะมีแผนบริการแบบเสียค่าบริการสำหรับผู้ที่ต้องการทำอะไรให้มากกว่าเดิม แม้บริษัทจะยังไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายและข้อจำกัดของเวอร์ชันฟรีก็ตาม
การที่ Meta กระโดดเข้าสู่ตลาด AI Agent ถือเป็นเดิมพันครั้งสำคัญเพื่อชิงส่วนแบ่งการตลาดที่คู่แข่งรายอื่นต่างรุกคืบไปล่วงหน้า การเน้นจุดขายที่ความเรียบง่ายและการเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มยอดนิยมอย่าง WhatsApp อาจเป็นกุญแจสำคัญในการดึงดูดผู้ใช้ทั่วไปที่ไม่ถนัดเทคโนโลยีให้หันมาใช้งาน AI ในชีวิตประจำวันมากขึ้น
แม้ Meta จะนำเสนอ Muse ว่าเป็นผู้ช่วย AI ส่วนตัวรายแรกของโลกที่สร้างขึ้นสำหรับทุกคน แต่ในความเป็นจริงแล้วตลาดนี้มีคู่แข่งจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น ChatGPT Work จาก OpenAI, Claude Cowork จาก Anthropic, Copilot Tasks จาก Microsoft, Grok Bot จาก SpaceXAI, Moltbot แบบโอเพนซอร์ส และ Gemini Spark จาก Google
จุดเด่นที่ Meta คาดหวังว่าจะทำให้ Muse โดดเด่นท่ามกลางคู่แข่งคือความง่ายในการใช้งาน โดยไม่ต้องมีประสบการณ์ทางเทคนิคและไม่มีช่วงเวลาที่ต้องเรียนรู้ (learning curve) การสื่อสารทำได้ง่ายผ่านแอปพลิเคชัน Muse หรือ WhatsApp และจดจำรายละเอียดที่ผู้ใช้แชร์แม้จะพูดถึงเพียงครั้งเดียวเพื่อนำไปเสนอแนะสิ่งต่างๆ ได้เอง
Meta ให้ความสำคัญกับระบบความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยอย่างยิ่งยวด โดยผู้ใช้สามารถเลือกปฏิเสธไม่ให้บันทึกการโต้ตอบไปใช้ฝึกฝนโมเดล AI ของบริษัท และสามารถสั่งให้ Muse ลืมข้อมูลจำเพาะเกี่ยวกับตัวผู้ใช้ได้ เพื่อความปลอดภัยของข้อมูลและรหัสผ่าน Muse จะทำงานบนคอมพิวเตอร์เสมือนบนคลาวด์ที่ถูกแยกส่วนออกจากผู้ใช้รายอื่น โดยมี AI อีกตัวชื่อ Sentinel คอยตรวจสอบเพื่อป้องกันไม่ให้ Muse เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตโดยไม่ได้รับอนุมัติ
"Muse คือก้าวแรก: ตัวแทนที่เข้ามาแบกรับภาระงานแทน เพื่อให้ผู้คนสามารถโฟกัสกับสิ่งที่สำคัญสำหรับพวกเขาได้จริง"
Meta
บริษัทมีแผนจะเปิดตัวเวอร์ชัน "Confidential" ที่มีความปลอดภัยสูงขึ้นภายในปีนี้ ผ่านการเข้ารหัสขั้นสูงเพื่อไม่ให้แม้แต่ Meta เข้าถึงได้ นอกจากนี้ยังเตรียมรองรับการทำงานร่วมกับ 1Password และ Shop Pay ในอนาคต
ที่มา: The Verge
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น