ข้ามไปเนื้อหาหลัก

คปท. จี้ประธานรัฐสภาเร่งส่งคดีศักดิ์สยาม หวั่นเตะถ่วง

คปท. และนายพิชิตยื่นจี้ประธานรัฐสภาเร่งส่งเรื่องคดีนายศักดิ์สยามให้ประธานศาลฎีกา พร้อมเตรียมเคลื่อนไหวใหญ่ร่วมกับสนธิ ลิ้มทองกุล

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
09 Sep 2026ที่มา: Matichon Politics3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
คปท. จี้ประธานรัฐสภาเร่งส่งคดีศักดิ์สยาม หวั่นเตะถ่วง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • คปท. จี้ประธานรัฐสภาเร่งส่งคำร้องคดีศักดิ์สยามให้ประธานศาลฎีกาตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระ
  • กังวลการตั้งคณะกรรมการพิเศษของประธานรัฐสภาเป็นการถ่วงเวลาและบิดเบือนข้อเท็จจริง
  • พล.ต.ต.วิชัย ชี้แจงว่ากำลังพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อความถูกต้องตามระเบียบ
  • คปท. เตรียมนำประเด็นนี้ไปรวมกับการเคลื่อนไหวใหญ่ร่วมกับนายสนธิ ลิ้มทองกุล

เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ได้ออกมาเคลื่อนไหวครั้งสำคัญโดยพุ่งเป้าไปที่การทำงานของประธานรัฐสภา กรณีการตรวจสอบนายศักดิ์สยาม โดยทางกลุ่มมองว่าหน้าที่หลักของประธานรัฐสภาในกระบวนการนี้คือการตรวจสอบความครบถ้วนสมบูรณ์ของการลงชื่อ ก่อนจะส่งต่อให้ประธานศาลฎีกาเพื่อแต่งตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระขึ้นมาตรวจสอบตามขั้นตอน

อย่างไรก็ตาม ประธานรัฐสภากลับเลือกแนวทางตั้งคณะกรรมการชุดพิเศษขึ้นมาเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกครั้ง ซึ่งทาง คปท. มองว่าการกระทำดังกล่าวทำให้ประธานรัฐสภาทำตัวเสมือนเป็นผู้พิพากษาเสียเอง และเข้าข่ายเป็นการถ่วงเวลาการทำงาน ทั้งยังเป็นการทำลายเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่กำหนดให้รัฐสภามีหน้าที่ตรวจสอบองค์กรอิสระโดยตรง ไม่ควรมีคณะกรรมการชุดพิเศษเข้ามามีอำนาจพิเศษในการกลั่นกรอง

บริบททางการเมืองและการตรวจสอบนักการเมืองในประเทศไทยมักเผชิญกับข้อท้าทายเรื่องกรอบเวลาและกระบวนการกลั่นกรองหลายชั้น การที่ภาคประชาชนอย่าง คปท. ออกมาจับตากรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความไม่ไว้วางใจต่อกลไกภายในสภา และความพยายามผลักดันให้คดีสำคัญเข้าสู่กระบวนการของศาลฎีกาและองค์กรอิสระโดยตรง เพื่อป้องกันข้อครหาเรื่องการประวิงเวลาหรือการแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง

ทางด้าน พล.ต.ต.วิชัย ได้ออกมาชี้แจงทำความเข้าใจถึงสถานการณ์ดังกล่าว โดยระบุว่าจะนำเรื่องนี้ไปแจ้งให้ประธานรัฐสภารับทราบ พร้อมกับระบุว่าปัจจุบันประธานรัฐสภากลังอยู่ระหว่างการพิจารณาคำร้องและแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเข้ามาช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย เพื่อให้เกิดความรอบคอบสูงสุดในการใช้ดุลพินิจ แม้กระบวนการนี้อาจใช้เวลาล่าช้ากว่าที่คาด แต่ยืนยันว่าความล่าช้าที่มาพร้อมความถูกต้องตามระเบียบย่อมดีกว่าความเร่งรีบที่อาจก่อให้เกิดความผิดพลาดและความเสียหายตามมา

Thailand government building press exterior

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

ในฝั่งของ นายพิชิต ได้สะท้อนมุมมองหลังจากได้รับฟังคำชี้แจง โดยระบุว่ามีความกังวลใจอย่างยิ่งเนื่องจากมองว่าเรื่องนี้แทบไม่มีความคืบหน้าจริงจัง และการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบซ้ำซ้อนนั้นเป็นไปเพื่อการเตะถ่วงเวลา พร้อมทั้งตั้งข้อสังเกตถึงความใกล้ชิดระหว่างประธานรัฐสภากับพรรคภูมิใจไทยและกลุ่มการเมืองบ้านใหญ่บุรีรัมย์ จนทำให้สังคมเกิดคำถามตัวโตๆ ว่านี่คือกระบวนการฟอกความผิด ช่วยเหลือ หรือประวิงเวลาเพื่อพวกพ้องของตนเองหรือไม่

"ผมไม่ไว้วางใจกับคณะกรรมการชุดดังกล่าว รวมถึงประธานรัฐสภา เนื่องจากมีความใกล้ชิดกับพรรคภูมิใจไทยและมีความใกล้ชิดกับบ้านใหญ่บุรีรัมย์ ดังนั้นสังคมจึงตั้งคำถามว่าเป็นการฟอกผิดหรือการถ่วงเวลาเพื่อพวกตัวเองหรือไม่"

นายพิชิต

สำหรับการกำหนดกรอบระยะเวลาในการดำเนินงานในอนาคต นายพิชิต เปิดเผยว่าทางกลุ่มจะเริ่มปฏิบัติการครั้งใหญ่ควบคู่ไปกับการเคลื่อนไหวของ นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โดยประเด็นคดีของนายศักดิ์สยามจะถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นหนึ่งในหัวข้อสำคัญที่จะเข้าร่วมในการเคลื่อนไหวเพื่อทวงคืนประเทศไทย รวมไปถึงการร่วมเปิดโปงข้อเท็จจริงในประเด็นอื่นๆ ที่มีความเกี่ยวพันกับพรรคภูมิใจไทย เช่น เรื่องการโกงสอบท้องถิ่นและการฮั้วเลือกตั้ง สว. ซึ่งหากคำชี้แจงในคดีนี้ยังคงไม่มีความชัดเจน ก็จะยิ่งเพิ่มน้ำหนักให้ประชาชนลุกฮือขึ้นมาตั้งคำถามและเข้าร่วมการเคลื่อนไหวมากยิ่งขึ้น

ที่มา: Matichon Politics

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้