วิปรัฐบาล 2569: ยันถกงบ 70 อยู่ในกรอบ 3 วัน ไม่ได้ยื้อรายงาน กกต.
นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ประธานวิปรัฐบาล แจงวันที่ 9 ก.ย. 2569 ที่รัฐสภา ยันพิจารณางบประมาณ 70 อยู่ในกรอบ 3 วัน พร้อมจี้ สส. คุมเวลาอภิปราย

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- วิปรัฐบาลยันพิจารณางบประมาณ 2570 อยู่ในกรอบ 3 วัน (7-9 ก.ย. 2569)
- ปฏิเสธข้อครหาเรื่องการประวิงเวลารายงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
- ชี้สมาชิกอภิปรายยาวนานโดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย เหลืออีกหลายมาตรา
- ขอความร่วมมือ สส. ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลช่วยกันควบคุมเวลาอภิปราย
เมื่อวันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2569 เวลา 10.40 น. ที่อาคารรัฐสภา นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ได้ออกมาเปิดเผยถึงความคืบหน้าในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ซึ่งถูกกำหนดให้มีการพิจารณาระหว่างวันที่ 7 ถึง 9 กันยายน พ.ศ. 2569
นายกรวีร์ระบุว่า ในขณะนี้การประชุมได้ดำเนินเข้าสู่วันที่สามแล้ว ซึ่งยังคงอยู่ในกรอบเวลา 3 วันตามที่ได้ตกลงกันไว้เบื้องต้น แม้ว่าการประชุมเพิ่งจะดำเนินมาถึงมาตราที่ 20 จากทั้งหมดที่มีอยู่ 41 มาตราก็ตาม ทางวิปรัฐบาลจะพยายามอย่างเต็มที่ในการควบคุมกรอบเวลาให้แล้วเสร็จตามกำหนดการเดิมที่ได้ตกลงร่วมกันไว้

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ประธานวิปรัฐบาลยังได้กล่าวชี้แจงเพิ่มเติมถึงประเด็นที่มีข้อสงสัยว่ารัฐบาลมีความตั้งใจประวิงเวลาในการพิจารณารายงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หรือไม่ โดยยืนยันอย่างหนักแน่นว่ารัฐบาลไม่มีเหตุผลใดๆ ที่จะต้องทำเช่นนั้น พร้อมทั้งชี้แจงว่าเวลาส่วนใหญ่ในการอภิปรายนั้น ทางฝั่งของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้านเป็นผู้ใช้เวลาในการซักถามเป็นหลัก
การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีถือเป็นหนึ่งในกระบวนการนิติบัญญัติที่สำคัญที่สุดของสภาผู้แทนราษฎร เนื่องจากเป็นกรอบการใช้จ่ายเงินแผ่นดินของรัฐบาล การบริหารเวลาในวาระที่สามจึงมักเผชิญความท้าทายจากจำนวนมาตราที่มีรายละเอียดมาก ประกอบกับการตรวจสอบอย่างเข้มข้นจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล
นอกจากนี้ นายกรวีร์ยังเปิดเผยว่าทางเลขาธิการวิปรัฐบาลได้เน้นย้ำเรื่องการบริหารเวลามาตั้งแต่การประชุมวันแรกแล้ว เนื่องจากสมาชิกมีความประสงค์ลงชื่ออภิปรายค่อนข้างมาก ตัวอย่างเช่นในวันดังกล่าวที่มีการพิจารณางบประมาณในส่วนของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งมีสมาชิกให้ความสนใจลงชื่ออภิปรายเป็นจำนวนมากเป็นพิเศษ
ด้วยเหตุนี้ ทางวิปรัฐบาลจึงต้องออกมาขอความร่วมมือไปยังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากทั้งฟากฝั่งฝ่ายค้านและพรรคร่วมรัฐบาล ให้ช่วยกันพิจารณาถึงความเหมาะสมในการลดจำนวนผู้ที่จะอภิปรายในแต่ละมาตราลง เพื่อให้การพิจารณากฎหมายสำคัญชิ้นนี้สามารถดำเนินลุล่วงไปได้ตามเป้าหมายของกรอบเวลาที่วางไว้
เมื่อผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงความเป็นไปได้ในการลงมติว่าจะสามารถเกิดขึ้นได้ในวันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2569 หรือไม่ นายกรวีร์ได้ตอบกลับว่าทุกฝ่ายจะต้องมาร่วมกันติดตามสถานการณ์และรอดูความคืบหน้าหลังจากผ่านพ้นการพิจารณาในมาตราที่ 20 ไปเสียก่อน
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น