อนุทิน ฟาดเดือดปมข่าวลือพรรคแตกแยก ลั่นเรื่องในบ้านไม่ใช่ธุระใคร
อนุทิน ชาญวีรกูล ออกโรงซัดคนปล่อยข่าวความขัดแย้งภายในพรรค ยืนยันความสัมพันธ์กับ เนวิน ชิดชอบ และ พรรคภูมิใจไทย ไร้ปัญหา พร้อมจี้สื่อทำงานอย่างมืออาชีพ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- อนุทิน ชาญวีรกูล ปัดข่าวลือความขัดแย้งภายในพรรคร่วมกับเนวิน ชิดชอบ และพรรคภูมิใจไทย
- ระบุชัดเจนว่าเป็นเรื่องภายในครอบครัวและการเมืองระดับพรรค ไม่ใช่ธุระของบุคคลภายนอก
- ตำหนิกระแสข่าวลือจากคนไม่มีอาชีพชัดเจนที่ออกมาวิเคราะห์การเมืองเพื่อหิวแสง
- ชี้แจงกรณีโพสต์ของ กรุณา ชิดชอบ ว่าพูดถูกแล้วกับคนไม่จริงใจและโกหกประชาชน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล ออกอาการฉุนเฉียวต่อกระแสข่าวลือเรื่องความแตกแยกภายในพรรค โดยกล่าวด้วยท่าทีหัวเราะแต่จริงจังว่าอยากให้ผู้ตั้งคำถามช่วยมาเทรนวิธีตั้งคำถามให้เกิดความแตกแยกแบบนี้ พร้อมตั้งคำถามกลับว่าทำไมตนจะต้องเคลียร์ใจกับใครในเมื่อไม่ได้มีปัญหาอะไรกันตั้งแต่แรก
นายอนุทินกล่าวกับสื่อมวลชนด้วยความไม่พอใจว่า "คุณอยู่ในบ้านผมเหรอ ถ้าไม่อยู่ก็ไม่ต้องถาม เป็นเรื่องในบ้าน รู้ได้อย่างไรว่าพวกผมเคลียร์ใจกัน แล้วมีเรื่องอะไรที่จะต้องเคลียร์ใจ อยู่กันมากี่ปีแล้ว อยู่กันมาตั้งแต่คุณยังไม่จบมหาวิทยาลัยเลย เพราะฉะนั้น นี่เป็นเรื่องในครอบครัวของผม เป็นเรื่องภายในของพรรคผม ไม่ใช่ธุระของใครที่จะต้องมานั่งรับทราบ"
ประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างนายอนุทิน ชาญวีรกูล และนายเนวิน ชิดชอบ ถือเป็นแกนหลักสำคัญของพรรคภูมิใจไทยมาอย่างยาวนาน การที่กระแสข่าวลือเรื่องรอยร้าวหลุดออกมามักสร้างแรงกระเพื่อมต่อเสถียรภาพทางการเมืองและการต่อรองในสภา การออกมาตอบโต้ของนายอนุทินจึงเป็นการสกัดกั้นข่าวลือไม่ให้ลุกลามและสร้างความไขว้เขวให้แก่ฐานเสียงของพรรค

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงข้อความที่นางกรุณา ชิดชอบ หรือพี่ต่าย โพสต์บนโลกออนไลน์ นายอนุทินได้ย้อนถามว่าโพสต์ดังกล่าวแปลกตรงไหน ก่อนที่ผู้สื่อข่าวจะอธิบายว่าโพสต์ระบุข้อความว่า "เหลี่ยมจัดก็ตัดทิ้ง ดีก็คบ ทรยศก็ตัดทิ้ง โตแล้วอย่าซับซ้อน"
นายอนุทินจึงตอบโต้กลับทันทีว่าข้อความดังกล่าวไม่ได้พูดผิด พร้อมพาดพิงถึงบุคคลที่ออกมาวิเคราะห์การเมืองโดยไม่มีข้อมูลและหากินกับการสร้างกระแส
"เหลี่ยมจัดก็ตัดทิ้ง ดีก็คบ ทรยศก็ตัดทิ้ง โตแล้วอย่าซับซ้อน"
กรุณา ชิดชอบ
นายอนุทินขยายความถึงกลุ่มคนดังกล่าวว่า เป็นคนที่ไม่ควรคบหา ไม่จริงใจ โกหกหลอกลวงประชาชน และนำความเท็จออกสู่สื่อสาธารณะเพียงเพราะต้องการหิวแสง พร้อมกับตั้งข้อสังเกตว่าคนเหล่านี้ไม่มีอาชีพที่มั่นคงแต่กลับมาทำตัวเป็นนักวิเคราะห์การเมือง และฝากเตือนสื่อมวลชนให้ใช้การศึกษาและความเป็นมืออาชีพในการกลั่นกรองข้อมูลข่าวสารอย่างมีคุณภาพ
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น