โกวิท วัฒนกุล เปิดใจสูญเสีย น้องมายด์ ผ่านมา 15 ปีไร้การเยียวยาใจ
โกวิท วัฒนกุล นักแสดงรุ่นใหญ่ เผยเรื่องราวสุดสะเทือนใจในรายการ มหัศจรรย์มู หลังสูญเสีย น้องมายด์ ลูกสาวคนเล็กจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ผ่านไป 15 ปี

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- โกวิท วัฒนกุล เปิดใจในรายการ มหัศจรรย์มู ถึงการสูญเสีย น้องมายด์ ลูกสาวคนเล็ก
- เหตุการณ์ผ่านพ้นมา 15 ปีแล้ว แต่เจ้าตัวยืนยันว่าไม่มีวันทำใจได้
- สูญเสียลูกสาวจากอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อช่วงเช้ามืดหลังจากกลับจากเที่ยว
- คนขับแท็กซี่พลเมืองดีโทรแจ้งเบาะแสเหตุรถชน แต่โกวิทเลือกอโหสิกรรม
โกวิท วัฒนกุล นักแสดงรุ่นใหญ่ ได้มานั่งเปิดใจเล่าเรื่องราวความสูญเสียครั้งใหญ่ในชีวิตผ่านรายการ มหัศจรรย์มู EP.85 : คำถามที่รอคำตอบ ทางยูทูบช่อง มหัศจรรย์มู - Mahatsachan Mu โดยได้ย้อนเล่าถึงเหตุการณ์ในวันที่สูญเสีย น้องมายด์ ลูกสาวคนเล็ก ซึ่งเป็นลูกสาวที่สนิทและผูกพันกับเขามากที่สุด เนื่องจากมักจะหยอกล้อและกอดคอกันเหมือนเพื่อนสนิทอยู่เสมอ
ในคืนก่อนเกิดเหตุ โกวิทเพิ่งกลับจากการถ่ายหนังถึงบ้านตอนเที่ยงคืน ได้เข้ากอดและหอมแก้มลูกสาวที่กำลังนั่งดูทีวีอยู่ ก่อนจะขึ้นไปอาบน้ำและรู้สึกอยากกอดลูกอีกครั้งจึงลงมาหอมซ้ำอีกรอบ จนลูกสาวออกปากว่ารำคาญ ก่อนที่เขาจะขึ้นนอนตามปกติ จนกระทั่งเวลาตีห้า โกวิทต้องสะดุ้งตื่นมารับโทรศัพท์จากตำรวจที่แจ้งว่าลูกสาวประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
เมื่อไปถึงโรงพยาบาล แพทย์และพยาบาลกำลังช่วยกันปั๊มหัวใจอย่างเต็มที่จนมีเลือดออกทางจมูกและหู โกวิทและภรรยาทำใจไม่ได้จนต้องขอให้คุณหมอหยุดการช่วยเหลือ ก่อนที่เขาจะจุดธูปบอกกล่าวว่าหากลูกยังไหวให้กลับมา แต่ถ้าไม่ไหวขอให้ชาติหน้ามาเกิดเป็นพ่อลูกกันอีก พร้อมกับนำผ้าคลุมร่างและส่งตัวไปที่นิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ โดยในรุ่งเช้าพี่สาวทั้งสองคนของน้องมายด์ต้องมาช่วยกันแต่งหน้าศพให้น้องสาวด้วยความโศกเศร้า
หลังจากนำร่างมาตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดโดยยังไม่บรรจุลงหีบ โกวิทเผยว่าลูกสาวดูเหมือนคนนอนหลับและยังมีผิวพรรณที่สวยงามแม้จะผ่านการแช่เย็นมาหนึ่งคืนแล้ว โดยในช่วง 7 วันของการสวดพระอภิธรรม มีคนขับแท็กซี่โทรศัพท์เข้ามาหาและอ้างว่าเป็นผู้เห็นเหตุการณ์ในวันเกิดเหตุ โดยเล่าว่ามีรถตู้ขับแซงซ้ายปาดหน้าจนรถเบนซ์ของลูกสาวหักหลบและชนเข้ากับราวสะพานก่อนพุ่งขึ้นแลมป์ทางแยก พร้อมกับระบุว่าได้ยินเสียงน้องมายด์ตะโกนขอความช่วยเหลือ และเสนอตัวว่าจะช่วยตามไล่กล้องวงจรปิดให้เนื่องจากจำทะเบียนและลักษณะรถได้
"ข้อหนึ่งคือถ้าตามเจอผมเหนี่ยวหมดแม็กซ์แน่ แต่ผมไม่ทำเพราะถ้าทำผมเข้าคุกแน่นอน และลูกสาวอีก 2 คนกับภรรยาและแม่ผมจะอยู่ยังไง"
โกวิท วัฒนกุล
การเปิดใจครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงบาดแผลทางจิตใจของผู้เป็นพ่อที่ต้องสูญเสียบุตรอันเป็นที่รัก ซึ่งในทางจิตวิทยา ความสูญเสียกะทันหันจากอุบัติเหตุ (Traumatic Grief) มักสร้างรอยแผลที่ใช้เวลารักษายาวนานหรือไม่เคยจางหาย การเลือกอโหสิกรรมแทนการแก้แค้นของโกวิท แสดงให้เห็นถึงการตัดสินใจครั้งสำคัญเพื่อปกป้องครอบครัวที่เหลืออยู่และเลือกใช้ธรรมะเยียวยาจิตใจ
อย่างไรก็ตาม หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง โกวิทตัดสินใจปฏิเสธข้อเสนอของคนขับแท็กซี่ โดยให้เหตุผลว่าหากตามเจอคู่กรณีตนอาจจะก่อเหตุรุนแรงจนต้องติดคุก และจะส่งผลกระทบต่อภรรยา แม่ และลูกสาวอีกสองคนที่เหลืออยู่ รวมถึงคู่กรณีเองก็เสียชีวิตไปแล้ว ครอบครัวของอีกฝ่ายก็จะเดือดร้อนเช่นกัน ที่สำคัญคือการแก้แค้นไม่ได้ทำให้ลูกสาวฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้ เขาจึงเลือกกล่าวอโหสิกรรมและแผ่เมตตาอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับลูกสาวแทน
ที่มา: Thairath Entertainment
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น