อังกฤษพบวัยรุ่น 42,000 คนขาดเรียนวิทยาลัยเกินครึ่ง
รายงานจาก Dame Rachel de Souza เผยเยาวชนอายุ 16-17 ปีในอังกฤษราว 42,000 คนขาดเรียนวิทยาลัยเกิน 50% ท่ามกลางปัญหาการขาดข้อมูลติดตามและปัญหาสุขภาพจิต

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- เยาวชนอายุ 16-17 ปีในอังกฤษราว 42,000 คนขาดเรียนวิทยาลัยมากกว่าครึ่งหนึ่ง
- วิทยาลัยศึกษาต่อและซิกส์ฟอร์มไม่ถูกบังคับให้เก็บข้อมูลการขาดเรียนเหมือนโรงเรียนทั่วไป
- ปัญหาการขาดเรียนเชื่อมโยงกับงานพาร์ทไทม์ ค่าเดินทาง และผลกระทบตั้งแต่ยุคโควิด
- กระทรวงศึกษาธิการอังกฤษเตรียมพัฒนาระบบเก็บข้อมูลกลางและเร่งหนุนทีมสุขภาพจิต
รายงานล่าสุดจาก Dame Rachel de Souza เปิดเผยว่ามีเยาวชนอายุ 16 และ 17 ปีในประเทศอังกฤษประมาณ 42,000 คน ที่แม้จะลงทะเบียนเรียนในวิทยาลัย (further education and sixth form colleges) แต่กลับไม่มาเรียนอย่างน้อยครึ่งหนึ่งของเวลาเรียนทั้งหมด โดยประเด็นสำคัญคือวิทยาลัยเหล่านี้ไม่ได้มีกฎระเบียบข้อบังคับให้ต้องจัดเก็บหรือรายงานข้อมูลการขาดเรียนอย่างเป็นทางการเหมือนกับโรงเรียนระดับประถมและมัธยมทั่วไป
จากการประเมินพบว่ามากกว่าครึ่งหนึ่ง หรือคิดเป็น 52.2% ของเยาวชนวัยนี้ เข้าข่ายขาดเรียนเรื้อรังตามมาตรฐานของโรงเรียน คือขาดเรียนตั้งแต่ 10% ของคาบเรียนทั้งหมดขึ้นไป ขณะที่ราว 42,000 คน หรือคิดเป็น 5.9% จัดอยู่ในกลุ่มขาดเรียนขั้นรุนแรงเนื่องจากขาดเรียนไปอย่างน้อยครึ่งหนึ่งของคาบเรียน
Dame Rachel เปิดเผยกับสำนักข่าว BBC ว่า ปัจจัยที่ทำให้วัยรุ่นกลุ่มนี้ขาดเรียนมีหลากหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการทำงานพาร์ทไทม์ ปัญหาค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และเยาวชนบางส่วนที่ขาดเรียนสะสมมาตั้งแต่ช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยเธอย้ำว่าในขณะที่กลุ่มที่ต้องแบ่งเวลาไปทำงานเสริมอาจขาดเรียนเป็นครั้งคราว แต่กลุ่มที่น่าเป็นห่วงและขาดเรียนอย่างรุนแรงคือกลุ่มเปราะบาง
"We have called time and time again for increased investment, better integration of support services and a stronger national strategy for employer engagement,"
Dame Rachel de Souza
ด้าน Liam Sloan อาจารย์ใหญ่ของ Bolton College ระบุว่า แม้จะมีนักศึกษาไม่มากนักที่ขาดเรียนมากกว่าครึ่งหนึ่งของคาบเรียนทั้งหมด แต่นักศึกษาที่ขาดเรียนมักเผชิญกับปัญหาสุขภาพจิตหรือมีงานพาร์ทไทม์ทำ นอกจากนี้ยังพบปัญหาเฉพาะในชั้นเรียน GCSE วิชาภาษาอังกฤษและคณิตศาสตร์ ซึ่งนักเรียนในอังกฤษถูกกำหนดให้ต้องเรียนควบคู่ไปกับหลักสูตรอื่นหากยังไม่ได้เกรด 4 ขึ้นไป

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
การที่วิทยาลัยศึกษาต่อ (Further Education Colleges) ในอังกฤษไม่มีข้อบังคับทางกฎหมายให้ต้องรายงานข้อมูลการขาดเรียนเช่นเดียวกับโรงเรียนทั่วไป ถือเป็นจุดบอดสำคัญในระบบการศึกษา ทำให้ภาครัฐสูญเสียโอกาสในการเข้าถึงและช่วยเหลือเยาวชนกลุ่มเสี่ยงได้อย่างทันท่วงที การผลักดันให้มีการรวมศูนย์ข้อมูลและการเร่งนำทีมสุขภาพจิตเข้าสู่สถานศึกษาจึงเป็นก้าวสำคัญในการแก้ไขปัญหา Neet (Not in Education, Employment, or Training) ที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้นในสหราชอาณาจักร
ทางด้านกระทรวงศึกษาธิการอังกฤษ (DfE) ระบุว่ากำลังวางแผนที่จะช่วยเหลือวิทยาลัยในการติดตามการขาดเรียนและรวบรวมข้อมูลดังกล่าวเข้าสู่ศูนย์กลาง รวมถึงเตรียมนำหลักสูตรตัวกลางรูปแบบใหม่มาใช้เพื่อลดวงจรอันยาวนานของการสอบตกและสอบซ่อมวิชาคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษ GCSE พร้อมทั้งเร่งรัดการจัดตั้งทีมสนับสนุนด้านสุขภาพจิตในวิทยาลัยต่อไป
ที่มา: BBC Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น