รักชนก ชำแหละงบ DSI ในสภา ห่วงขาดผู้เชี่ยวชาญเส้นเงิน
น.ส.รักชนก ศรีนอก อภิปรายงบกระทรวงยุติธรรม มาตรา 21 จี้ปม DSI ขาดบุคลากรวิเคราะห์เส้นเงิน พร้อมตั้งคำถามซอฟต์แวร์ 27 ล้านบาท

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- รักชนก ศรีนอก อภิปรายงบ DSI มาตรา 21 ระบุบุคลากร 70% ขาดความเชี่ยวชาญวิเคราะห์เส้นเงิน
- ตั้งข้อสังเกตงบซอฟต์แวร์ 27 ล้านบาท และความกังวลต่อว่าที่อธิบดีดีเอสไอคนใหม่
- เกิดการประท้วงดุเดือดจาก ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ปมพาดพิงบุคคลภายนอกและคำพูดเสียดสี
การประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณางบประมาณรายจ่าย มาตรา 21 ของกระทรวงยุติธรรม เกิดบรรยากาศความตึงเครียดขึ้นเมื่อ น.ส.รักชนก ศรีนอก ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ลุกขึ้นอภิปรายถึงการดำเนินงานและงบประมาณของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) โดยระบุถึงเอกสารในชั้นคณะอนุกรรมมาธิการฯ ที่สะท้อนว่าดีเอสไออาจตั้งโครงการขึ้นมาไม่ตรงจุดกับปัญหาเร่งด่วนขององค์กร
น.ส.รักชนกอภิปรายโดยอ้างอิงแผนการบริหารจัดการความเสี่ยงเชิงยุทธศาสตร์ของดีเอสไอที่เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ ซึ่งระบุว่าจากบุคลากรทั้งหมด 165 ราย มีสัดส่วนถึง 70% ที่ขาดแคลนบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านการวิเคราะห์เส้นเงิน จัดเป็นลำดับความเสี่ยงที่ 3 ที่หน่วยงานตระหนักถึง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ส.ส.พรรคประชาชนรายนี้ยังได้กล่าวถึงโครงการพัฒนพัฒนาระบบแสดงความสัมพันธ์การทำธุรกรรมทางการเงิน และวิเคราะห์เส้นเงินเพื่อสนับสนุนการสืบสวนคดีพิเศษ วงเงิน 27 ล้านบาท โดยคาดเดาว่าจะมีการจัดซื้อซอฟต์แวร์จากบริษัท i2 ที่ดีเอสไอมีความคุ้นเคยจากการจัดซื้อเมื่อ 10 ปีที่แล้ว พร้อมแสดงความกังวลว่าผู้ที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งอธิบดีดีเอสไอคนใหม่จะนำซอฟต์แวร์นี้ไปใช้อย่างตรงไปตรงมาหรือไม่ ท่ามกลางกระแสข่าวลือว่า ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ อาจขึ้นมาดำรงตำแหน่งดังกล่าว
การอภิปรายงบประมาณในส่วนของกระทรวงยุติธรรมและดีเอสไอสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของฝ่ายค้านในการตรวจสอบการจัดสรรงบประมาณภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีมูลค่าสูงอย่างระบบวิเคราะห์เส้นเงิน ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสืบสวนคดีพิเศษและคดีทุจริตซับซ้อน การตั้งคำถามถึงความพร้อมของบุคลากรภายในหน่วยงานควบคู่ไปกับงบจัดซื้อซอฟต์แวร์จึงเป็นประเด็นที่ถูกจับตาอย่างใกล้ชิดในเชิงประสิทธิภาพการใช้งบประมาณแผ่นดิน
ระหว่างการอภิปราย น.ส.รักชนกได้ชูภาพประกอบการอภิปรายซึ่งเป็นภาพคณะบุคคลไปต้อนรับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่สนามบินบุรีรัมย์ โดยมีการเซ็นเซอร์ใบหน้าบุคคลในภาพแล้ว ส่งผลให้ ส.ส.พรรคภูมิใจไทยหลายคน อาทิ นายร่มธรรม ขำนุรักษ์, นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน, นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ และนายสนอง เทพอักษรณรงค์ ลุกขึ้นประท้วงอย่างต่อเนื่องว่าผู้อภิปรายออกนอกประเด็น พาดพิงบุคคลภายนอก และใช้คำพูดพาดพิงส่อเสียดในทำนองดูถูกข้าราชการดีเอสไอ
เหตุการณ์ดังกล่าวลุกลามเป็นการโต้เถียงเรื่องมารยาทในที่ประชุมสภา โดย ส.ส.พรรคภูมิใจไทยระบุว่า น.ส.รักชนกเคยเรียกร้องให้ผู้อื่นมีมารยาทเมื่อวันที่ 8 กันยายนที่ผ่านมา แต่กลับใช้คำพูดที่ไม่เหมาะสมเสียเอง ด้าน น.ส.รักชนกได้ชี้แจงโต้แย้งก่อนจะยุติการอภิปรายและนำภาพถ่ายดังกล่าวไปมอบให้เจ้าหน้าที่หน้าบัลลังก์และประธานคณะกรรมาธิการฯ ต่อไป
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น