ข้ามไปเนื้อหาหลัก

หุ้นชิปสหรัฐฯ-เอเชียร่วงระเนระนาด นักลงทุนแห่เทขายท่ามกลางความกังวลเรื่อง AI

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ในสหรัฐฯ และเอเชียปรับตัวลดลงอย่างหนัก หลังกระแสความกังวลเรื่องการลงทุนปัญญาประดิษฐ์เริ่มสั่นคลอนความเชื่อมั่น ส่งผลให้ Nvidia เสียแชมป์บริษัทมูลค่าสูงสุดในโลกให้ Apple

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
28 Jul 2026ที่มา: BBC Business3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)อัปเดตล่าสุด 29 Aug 2026
แชร์
หุ้นชิปสหรัฐฯ-เอเชียร่วงระเนระนาด นักลงทุนแห่เทขายท่ามกลางความกังวลเรื่อง AI

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ Kospi สั่งเบรกการซื้อขายชั่วคราวหลังดัชนีร่วงลงถึง 10%
  • Samsung และ SK Hynix ดิ่งลงมากกว่า 10% ตามแรงเทขายหุ้นเทคโนโลยี
  • Nvidia ร่วง 5% ในนิวยอร์ก เสียตำแหน่งบริษัทมูลค่าสูงสุดให้ Apple
  • กระแสความกังวลเรื่องผลตอบแทนจากการลงทุนมหาศาลใน AI กดดันตลาด

หุ้นของบริษัทผู้ผลิตชิปรายใหญ่ทั้งในสหรัฐอเมริกาและเอเชียปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ท่ามกลางกระแสการเทขายหุ้นกลุ่มปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่แผ่ขยายวงกว้างขึ้น หลังจากนักลงทุนเริ่มมีความกังวลเกี่ยวกับทิศทางและผลกำไรในอนาคตของการพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าวที่ใช้เงินลงทุนมหาศาล

บรรยากาศการซื้อขายบนดัชนีหลักอย่าง Kospi ของเกาหลีใต้ ต้องถูกระงับเป็นการชั่วคราวในช่วงเช้าวันอังคาร หลังจากดัชนีร่วงลงไปถึง 8% ก่อนที่จะมีการเปิดให้ซื้อขายอีกครั้งหลังผ่านไป 20 นาที และดัชนีก็ร่วงลงไปซื้อขายอยู่ที่ระดับต่ำกว่าเดิมประมาณ 10% โดยแรงเทขายระลอกนี้มีบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่อย่าง Samsung Electronics และ SK Hynix เป็นผู้นำตลาดในขาลง โดยทั้งสองบริษัทปรับตัวลดลงมากกว่า 10% ทั้งคู่

10%หุ้น Kospi และ Samsung/SK Hynix ร่วงลง
250 พันล้านดอลลาร์วงเงินเจรจาโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ OpenAI ของ Nvidia

เหตุการณ์ความปั่นป่วนดังกล่าวเกิดขึ้นต่อเนื่องจากการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กเมื่อวันจันทร์ ซึ่งหุ้นของยักษ์ใหญ่ด้านชิป AI อย่าง Nvidia ดิ่งลง 5% ส่งผลให้บริษัทสูญเสียตำแหน่งบริษัทจดทะเบียนที่มีมูลค่าสูงสุดในโลกให้กับ Apple ไปในที่สุด นอกจากนี้ ดัชนี Kospi ที่เน้นหุ้นเทคโนโลยีเป็นหลัก ยังถูกใช้มาตรการเบรกเกอร์ (Circuit Breaker) เพื่อระงับความตื่นตระหนกมาแล้วถึง 8 ครั้งในปีนี้ โดยดัชนีเคยพุ่งขึ้นมากกว่าสองเท่าจากช่วงต้นปีจนถึงกลางเดือนมิถุนายน ก่อนที่จะสูญเสียมูลค่าไปประมาณหนึ่งในสามในเวลาต่อมา เนื่องจากตลาดหุ้นเกาหลีใต้มีความผันผวนสูงจากจำนวนนักลงทุนรายย่อยที่เข้ามาซื้อขายเป็นจำนวนมาก

stock market trading floor screens red

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

ในวันเดียวกันนั้น หุ้นของ SK Hynix ที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ ก็ร่วงลง 7.5% จนมีราคาต่ำกว่าราคาเสนอขายที่ 149 ดอลลาร์อย่างมาก หลังจากที่เคยสร้างสถิติเข้าซื้อขายบน Nasdaq เป็นครั้งแรกด้วยความฮือฮาเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม ขณะที่ดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่น ซึ่งมีหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีครองสัดส่วนสูงเช่นกัน ก็ปรับตัวลดลงเกือบ 4.5% ในช่วงเช้าวันอังคาร

วิเคราะห์เพิ่มเติม: ปรากฏการณ์เทขายหุ้นชิปในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของตลาดทุนที่ผูกติดกับกระแสเทคโนโลยีใหม่ แม้ว่าปัญญาประดิษฐ์จะเป็นอนาคตของอุตสาหกรรม แต่คำถามเรื่อง 'จุดคุ้มทุน' (Monetization) ของบรรดาบิ๊กเทคที่ทุ่มงบหลายแสนล้านดอลลาร์ไปกับการสร้างโครงสร้างพื้นฐานและดาต้าเซ็นเตอร์เริ่มกดดันความคาดหวังของนักลงทุน การที่มูลค่าหุ้นปรับฐานอย่างรวดเร็วแสดงว่าตลาดเริ่มมองหาผลลัพธ์ทางการเงินที่เป็นรูปธรรม มากกว่าแค่การเติบโตของกระแสความนิยม

ความเคลื่อนไหวเชิงลบของ Nvidia เกิดขึ้นหลังจากการรายงานข่าวของ Wall Street Journal ว่าบริษัทกำลังอยู่ในระหว่างการเจรจาเพื่อสนับสนุนเงินทุนประมาณ 250,000 ล้านดอลลาร์ให้กับ OpenAI เพื่อใช้ในโครงการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดมหึมา ซึ่งทาง BBC ได้ติดต่อไปยังทั้ง Nvidia และ OpenAI เพื่อขอความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวแล้ว การร่วงลงของหุ้น Nvidia เปิดทางให้ Apple ซึ่งราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 25% ในปีนี้ สามารถแซงขึ้นมาเป็นบริษัทที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลกได้สำเร็จ ท่ามกลางความสงสัยจากนักวิเคราะห์หลายฝ่ายว่าการทุ่มเงินนับแสนล้านดอลลาร์ของภาครัฐและเอกชนในการพัฒนาขีดความสามารถด้าน AI จะสามารถสร้างผลกำไรกลับคืนมาได้มากเพียงพอที่จะคุ้มค่ากับการลงทุนมหาศาลนี้หรือไม่

ที่มา: BBC Business

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้