ข้ามไปเนื้อหาหลัก

รัดเกล้า ชำแหละงบแท็บเล็ต 1.7 หมื่นล้าน จี้สภาทบทวน

รัดเกล้าชำแหละงบแท็บเล็ต 1.7 หมื่นล้าน ครู-นักเรียนใช้งานจริงไม่ถึง 11% จี้สภาและรองนายกฯ ยศชนัน ทบทวนดัชนีชี้วัดและอุดช่องโหว่ประมูล

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
10 Sep 2026ที่มา: Matichon Politics3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
รัดเกล้า ชำแหละงบแท็บเล็ต 1.7 หมื่นล้าน จี้สภาทบทวน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • รัดเกล้าชำแหละงบแท็บเล็ต 1.7 หมื่นล้าน ชี้ครูและนักเรียนใช้งานจริงไม่ถึง 11%
  • วิจารณ์การประมูล e-Bidding สพม.กทม. เขต 1 วงเงิน 588.9 ล้าน มีเอกชนเสนอราคาเดี่ยว
  • จี้สภาและรองนายกรัฐมนตรี ยศชนัน ทบทวนงบและย้ายไปอุดหนุน กสศ.
  • เสนอ 4 ข้อปฏิรูปการศึกษา เลิกวัดความสำเร็จด้วยจำนวนอุปกรณ์

นางรัดเกล้า ได้ออกมาเปิดเผยผลการลงพื้นที่สำรวจโครงการจัดซื้อแท็บเล็ตมูลค่ากว่า 17,000 ล้านบาท พร้อมระบุว่าจากการลงพื้นที่สัมภาษณ์ครูผู้ได้รับแจกอุปกรณ์ พบว่าแม้ทุกคนจะดีใจที่ได้ของฟรี แต่เมื่อสอบถามถึงการใช้งานระบบ NDLP (National Digital Learning Platform) ผ่านแท็บเล็ต กลับพบว่าทุกคนตอบตรงกันว่าไม่เคยเข้าใช้งานเลย โครงการนี้จึงเป็นเพียงการสร้างภาระให้ครูต้องผลิตสื่ออัปโหลดขึ้นระบบ โดยไม่มีการนำไปใช้ประโยชน์ร่วมกัน และเปรียบเสมือน Google Drive ขนาดใหญ่ที่บังคับให้ครูนำข้อมูลไปแขวนไว้เท่านั้น

Thailand university campus building exterior

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

นอกจากนี้ นางรัดเกล้ายังได้วิเคราะห์ถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำ โดยระบุว่าเทคโนโลยีและระบบ Cloud ไม่สามารถทดแทนการสอนของครูได้ และแผนการจัดสรรอุปกรณ์ยังกระจายไปยังโรงเรียนในเมืองใหญ่ที่มีความพร้อมอยู่แล้ว ในขณะที่เด็กยากจนพิเศษ โดยเฉพาะในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือเด็กที่เสี่ยงหลุดออกจากระบบการศึกษา กลับไม่ได้รับประโยชน์ใดๆ ทั้งที่สิ่งที่เด็กกลุ่มนี้ต้องการจริงๆ คือค่าเดินทางและค่าอาหารเพื่อประคับประคองให้อยู่ในระบบโรงเรียนต่อไปได้

1.7 หมื่นล้านงบประมาณโครงการแท็บเล็ต
ต่ำกว่า 11%ยอดใช้งานจริงของครูและนักเรียน
588.9 ล้านวงเงินประมูล สพม.กทม. เขต 1

ในประเด็นด้านความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้างด้วยระบบ e-Bidding นางรัดเกล้าได้ยกตัวอย่างการประมูลของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 1 วงเงินกว่า 588.9 ล้านบาท ซึ่งพบว่ามีเอกชนยื่นเสนอราคาเพียงรายเดียว และชนะการประมูลโดยเสนอราคาต่ำกว่าราคากลางเพียง 178,600 บาท หรือประหยัดงบให้รัฐได้เพียง 0.03% เท่านั้น ซึ่งรูปการณ์ลักษณะนี้มีความเสี่ยงต่อการคอร์รัปชันสูง เนื่องจากการกระจายงบไปยังเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศทำให้ยากต่อการตรวจสอบและไล่จับ

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

“ดิฉันและทีมงานลงพื้นที่สัมภาษณ์ครูผู้ได้รับแจกแท็บเล็ต ทุกคนดีใจที่ได้ของฟรี แต่เมื่อถามว่าเคยเข้าใช้งานระบบ NDLP ผ่านแท็บเล็ตบ้างหรือไม่ ทุกคนตอบตรงกันว่าไม่เคยเข้าใช้งานเลย”

นางรัดเกล้า

จากปัญหาดังกล่าว นางรัดเกล้าได้ยื่นข้อเสนอ 4 ข้อต่อสภาและกรรมาธิการ ได้แก่

  • จัดสรรงบประมาณใหม่ โดยนำงบที่เหลือกว่า 1.1 หมื่นล้านบาท ไปลงทุนในจุดที่สร้างทุนมนุษย์ได้จริง เช่น กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ที่ดูแลเด็กเสี่ยงหลุดจากระบบ 4.3 ล้านคน แต่กลับถูกตัดงบ
  • จำแนกงบผูกพัน ทบทวนและแยกแยะส่วนที่เป็นภาระสัญญาเดิมกับส่วนขยายใหม่ เพื่อตัดลดส่วนที่ไม่จำเป็น
  • ปรับเปลี่ยนดัชนีชี้วัดความสำเร็จ (KPI) โดยเลิกวัดความสำเร็จด้วยจำนวนแท็บเล็ตที่แจก แต่ต้องวัดที่ทักษะความรู้และความสามารถในการเข้าสู่การจ้างงาน
  • อุดช่องโหว่ทุจริต เร่งวางระบบตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างกระจายศูนย์เพื่อป้องกันการรั่วไหล

การตรวจสอบงบประมาณด้านการศึกษาในลักษณะนี้สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายเชิงโครงสร้างในการนำเทคโนโลยีมาใช้ในห้องเรียนไทย โดยเฉพาะช่องว่างระหว่างการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐและการใช้งานจริงในระดับปฏิบัติการ การที่งบประมาณมหาศาลถูกทุ่มเทไปกับฮาร์ดแวร์โดยขาดการประเมินความพร้อมและระบบนิเวศด้านเนื้อหา (Content Ecosystem) มักนำไปสู่ปัญหาอุปกรณ์ล้นมือแต่ไร้ประสิทธิภาพในการเรียนการสอนจริง ซึ่งเป็นบทเรียนสำคัญที่ภาครัฐต้องทบทวนในการจัดสรรงบประมาณดิจิทัลในอนาคต

ในช่วงท้าย นางรัดเกล้าได้ฝากข้อความผ่านสภาไปถึง นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลงานด้านการสร้างทุนมนุษย์ โดยเรียกร้องให้มีความกล้าหาญในการคิดใหม่ เลิกปล่อยเกียร์ว่าง และหยุดทำให้การปฏิรูปการศึกษาเป็นเพียงการเพิ่มอุปกรณ์ในมือครูหรือการจัดสรรงบประมาณที่ไร้ประสิทธิภาพ

ที่มา: Matichon Politics

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้