ข้ามไปเนื้อหาหลัก

อภิสิทธิ์ จี้ กกต. ส่งคดีฮั้ว สว. ให้ศาลฎีกา ชี้เสี่ยงทับซ้อน

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อภิปรายในสภาฯ 10 ก.ย. 2569 จี้ กกต. ส่งคดีฮั้ว สว. ให้ศาลฎีกาพิจารณา ชี้ 4 กกต. ที่มาจาก สว. เสี่ยงผลประโยชน์ทับซ้อน

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
10 Sep 2026ที่มา: Khaosod Politics2 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
อภิสิทธิ์ จี้ กกต. ส่งคดีฮั้ว สว. ให้ศาลฎีกา ชี้เสี่ยงทับซ้อน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2570 เมื่อ 10 ก.ย. 2569
  • เสนอตัดงบองค์กรอิสระและอัยการ 10% สะท้อนวิกฤตความเชื่อมั่น กกต.
  • จี้ส่งคดีฮั้ว สว. ให้ศาลฎีกาพิจารณา หวั่น 4 กกต. ที่มาจาก สว. มีผลประโยชน์ทับซ้อน

เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท ในวาระที่ 2-3 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ลุกขึ้นอภิปรายในมาตรา 32 ซึ่งเกี่ยวข้องกับหน่วยงานองค์กรอิสระและองค์กรอัยการ ที่มีวงเงินรวม 7.85 พันล้านบาท

นายอภิสิทธิ์เสนอให้มีการปรับลดงบประมาณลง 10 เปอร์เซ็นต์ โดยระบุว่าไม่ได้มุ่งเป้าไปที่โครงการใดโครงการหนึ่งเป็นพิเศษ แต่การเสนอตัดงบดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาความไม่เชื่อมั่นและความไม่เชื่อถือที่มีต่อการทำงานขององค์กรอิสระ โดยเฉพาะคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งกำลังเผชิญกับวิกฤตศรัทธาครั้งใหญ่จากสังคม

ในการอภิสิทธิ์ได้กล่าวถึงความยากลำบากในการตรวจสอบองค์กรอิสระเหล่านี้ว่าเป็นเสาหลักของระบอบประชาธิปไตย แต่การตรวจสอบกลับมีข้อจำกัด เช่น การตรวจสอบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่ต้องอาศัยประธานสภาผู้แทนราษฎรในการส่งเรื่องไปยังศาลฎีกาเพื่อตั้งคณะไต่สวนอิสระ

การอภิปรายงบประมาณขององค์กรอิสระถือเป็นกลไกสำคัญในทางรัฐสภาที่ สส. สามารถใช้ตั้งคำถามต่อประสิทธิภาพและการใช้งบประมาณแผ่นดินได้ แม้ในทางกฎหมายการตัดงบโดยตรงจะมีข้อจำกัด แต่น้ำเสียงและการอภิปรายของนักการเมืองระดับนำอย่างนายอภิสิทธิ์สามารถสร้างแรงกดดันทางการเมืองและกระตุ้นให้สังคมจับAตาดูความโปร่งใสขององค์กรอิสระที่มีบทบาทชี้ขาดคดีสำคัญทางการเมืองได้เป็นอย่างดี

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

Thailand government building

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ประเด็นสำคัญที่นายอภิสิทธิ์เน้นย้ำคือการจัดการกับคดีการฮั้วเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดยเขาได้เรียกร้องให้ทาง กกต. ส่งสำนวนคดีดังกล่าวไปให้ศาลฎีกาเป็นผู้พิจารณาตัดสิน เนื่องจากมีความกังวลอย่างยิ่งเกี่ยวกับสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในการวินิจฉัยคดี

นายอภิสิทธิ์ชี้ให้เห็นว่า กรรมการ กกต. จำนวน 4 คนที่จะเป็นผู้ร่วมตัดสินในคดีดังกล่าว ซึ่งถูกกำหนดไว้ในวันที่ 14 กันยายน 2569 นั้น มีที่มาเกี่ยวข้องกับ สว. ชุดปัจจุบัน หากมติออกมาเป็นคุณกับผู้ถูกกล่าวหา สังคมย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะตั้งคำถามถึงข้อครหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนและความเป็นกลางขององค์กรอิสระ

ที่มา: Khaosod Politics

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้