LinkedIn ชนะคดี BrowserGate ปัดตกฟ้องสแกนส่วนขยาย Chrome
ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ สั่งยกฟ้องคดีแบบกลุ่มที่กล่าวหาว่า LinkedIn สแกนส่วนขยายเบราว์เซอร์ Chrome ของผู้ใช้งาน โดยชี้ว่าโจทก์ไม่สามารถระบุการละเมิดความเป็นส่วนตัวที่เกิดขึ้นจริงได้

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ สั่งยกฟ้องคดีแบบกลุ่ม BrowserGate ของ LinkedIn
- โจทก์กล่าวหาว่าแพลตฟอร์มมีการสแกนส่วนขยาย Chrome ของผู้ใช้งาน
- ผู้พิพากษาระบุว่าคำฟ้องไม่มีหลักฐานแสดงการละเมิดความเป็นส่วนตัวที่แท้จริง
บริษัท LinkedIn รอดพ้นจากข้อพิพาททางกฎหมายครั้งใหญ่ หลังจากผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ มีคำสั่งพิพากษายกฟ้องคดีแบบกลุ่มที่มีชื่อเรียกขานกันในชื่อ 'BrowserGate' ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่ว่าแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียชื่อดังได้ทำการสแกนข้อมูลส่วนขยายเบราว์เซอร์ Google Chrome ของผู้ใช้งานโดยไม่ได้รับอนุญาต

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
คดีดังกล่าวเกิดขึ้นจากกลุ่มผู้ใช้งานที่ยื่นฟ้องร้องต่อศาลโดยอ้างว่าการกระทำของ LinkedIn เข้าข่ายละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งานผ่านการตรวจสอบส่วนขยายที่ติดตั้งอยู่บนเว็บเบราว์เซอร์ แต่ในกระบวนการพิจารณาคดี ทางศาลได้วินิจฉัยและตัดสินใจปัดตกคำฟ้องทั้งหมดทิ้ง เนื่องจากคณะโจทก์ไม่สามารถนำเสนอข้อกล่าวหาหรือหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงการละเมิดความเป็นส่วนตัวที่เกิดขึ้นจริงและจับต้องได้ในทางกฎหมาย
คำตัดสินคดี BrowserGate นี้สะท้อนให้เห็นถึงเกณฑ์ทางกฎหมายที่เข้มงวดของศาลสหรัฐฯ ในการพิสูจน์ความเสียหายด้านความเป็นส่วนตัว (Privacy Violation) ซึ่งโจทก์จำเป็นต้องแสดงให้เห็นถึงผลกระทบที่เป็นรูปธรรม ไม่ใช่เพียงแค่ความกังวลเชิงทฤษฎีจากการที่ระบบซอฟต์แวร์ทำงานเบื้องหลัง ซึ่งมักจะเป็นอุปสรรคสำคัญในการฟ้องร้องคดีแบบกลุ่มด้านเทคโนโลยีในลักษณะนี้
ความสำเร็จทางกฎหมายครั้งนี้ช่วยให้ LinkedIn หลุดพ้นจากความรับผิดชอบในข้อพิพาทด้านการใช้งานส่วนขยายเบราว์เซอร์ที่ยืดเยื้อมานาน โดยทางศาลมองว่าน้ำหนักของหลักฐานที่โจทก์นำมาอ้างอิงนั้นยังไม่เพียงพอที่จะผลักดันให้คดีเดินหน้าต่อไปสู่การไต่สวนในชั้นศาลได้
ที่มา: Ars Technica
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น