ข้ามไปเนื้อหาหลัก

คู่รักอังกฤษแชร์วิธีแก้ปัญหาเงินบำนาญลดลงช่วงลาคลอด

Molly และ Taylor Haylett เผยวิธีจัดการเงินเมื่อมีบุตร โดยให้สามีช่วยจ่ายเงินเข้ากองทุนบำนาญของภรรยาช่วงหยุดงาน พร้อมคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
11 Sep 2026ที่มา: BBC Business3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
คู่รักอังกฤษแชร์วิธีแก้ปัญหาเงินบำนาญลดลงช่วงลาคลอด

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • Molly และ Taylor Haylett ตัดสินใจให้สามีช่วยสมทบเงินเข้ากองทุนบำนาญขณะที่ Molly หยุดงานดูแลลูก
  • ผลสำรวจจาก Octopus Money ชี้ว่า 63% ของคู่รักไม่รู้ว่าคู่สมรสสามารถจ่ายเงินเข้ากองทุนบำนาญแทนกันได้
  • Katie Guild ผู้ร่วมก่อตั้ง Nugget Savings แนะนำให้พูดคุยเรื่องการเงินล่วงหน้าก่อนมีบุตรเพื่อป้องกันช่องว่างทางการเงิน

เมื่อ Molly และ Taylor Haylett เริ่มสร้างครอบครัว พวกเขาไม่ได้วางแผนล่วงหน้าเกี่ยวกับผลกระทบทางการเงินที่จะเกิดขึ้น โดยในตอนแรกทั้งคู่มีรายได้ใกล้เคียงกัน แต่หลังจากที่ Molly ใช้เวลาอยู่บ้านเพื่อดูแลลูก ความสมดุลทางการเงินของครอบครัวก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไป

หนึ่งในแนวทางที่คู่รักคู่นี้ตัดสินใจทำร่วมกันคือ การให้ Taylor ซึ่งมีอาชีพเป็นพนักงานขับรถไฟ ช่วยจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนบำนาญ (pension) ให้แก่ Molly ในช่วงที่เธอไม่ได้ทำงานนอกบ้าน ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอเชื่อว่าคู่รักควรพูดคุยกันให้มากกว่านี้ก่อนที่จะตัดสินใจมีลูก

Molly อธิบายว่าเธอเพิ่งพูดคุยเรื่องนี้กับเพื่อนที่กำลังจะหยุดทำงานหลังมีลูก โดยเธอกล่าวว่าผู้คนมักจะมองแค่ปัจจุบันและการจ่ายบิลค่าใช้จ่ายต่างๆ แต่คนที่ต้องหยุดงานอาจเผชิญกับเงินบำนาญที่ลดลงอย่างมากในอนาคต

33%ของผู้ปกครองลดหรือหยุดส่งเงินบำนาญช่วงลาคลอด
63%ไม่รู้ว่าคู่สมรสช่วยจ่ายเงินบำนาญแทนได้

Taylor วัย 33 ปี ยอมรับว่านี่ไม่ใช่เรื่องที่เขาเคยรู้มาก่อน แต่ก็เห็นพ้องกับข้อเสนอของภรรยา โดยเขาระบุว่าเมื่อได้ผูกพันใช้ชีวิตร่วมกัน หากเขาสามารถช่วยเหลือได้เขาก็ยินดี และรู้สึกดีใจที่ได้ตัดสินใจทำเช่นนั้น นอกจากนี้เขายังเสริมว่า Molly เป็นคนที่จัดระเบียบและวางแผนงบประมาณได้ดีกว่า แต่เขาก็ยังคงใส่ใจที่จะเรียนรู้ว่าเงินของครอบครัวถูกนำไปใช้อย่างไร

"People think only about the present and paying the bills but the person taking time off work could end up with much less in the future."

Molly Haylett

งานวิจัยจาก Octopus Money พบว่ามากกว่าหนึ่งในสามของพ่อแม่ลดหรือหยุดการสมทบเงินบำนาญในช่วงลาคลอด ขณะที่ 63% ไม่ทราบว่าคู่สมรสสามารถจ่ายเงินเข้ากองทุนแทนตนเองได้ โดยการสมทบเงินที่เรียกว่า third-party pension contribution สำหรับผู้ที่ไม่มีรายได้หรือรายได้น้อย สามารถจ่ายได้สูงสุดถึง 2,880 ปอนด์ต่อปีภาษี และเมื่อรวมกับการลดหย่อนภาษีอัตราพื้นฐานจะเพิ่มขึ้นเป็น 3,600 ปอนด์

การที่คู่สมรสช่วยจ่ายเงินบำนาญหรือที่เรียกว่า Third-party pension contribution ถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการปิดช่องว่างความเหลื่อมล้ำทางรายได้และเงินออมหลังเกษียณ ซึ่งมักจะเกิดขึ้นกับผู้หญิงที่ต้องรับหน้าที่หลักในการดูแลบุตรและต้องหยุดงานชั่วคราว การวางแผนตั้งแต่เนิ่นๆ ช่วยลดผลกระทบระยะยาวต่อความมั่นคงทางการเงินในวัยเกษียณได้เป็นอย่างดี

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

UK family home office financial budget calculator

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

Katie Guild ผู้ร่วมก่อตั้งชุมชนทางการเงิน Nugget Savings ระบุว่าช่องว่างเงินบำนาญสามารถเริ่มต้นขึ้นได้ตั้งแต่ช่วงลาคลอด เนื่องจากเงินสะสมของพนักงานเองจะลดลงตามรายได้ที่หายไป และอาจหยุดชะงักลงอย่างสิ้นเชิงในช่วงที่ลาหยุดโดยไม่ได้รับค่า จ้าง เธอยังแนะนำให้คู่รักพิจารณาว่าคู่สมรสที่ยังคงทำงานอยู่จะสามารถช่วยชดเชยส่วนที่ขาดหายไปได้อย่างไรบ้าง

ปัจจุบัน Molly และ Taylor มีลูกด้วยกันสองคนอายุสองและห้าปี โดยพวกเขาระบุว่ามีความพร้อมมากกว่าเดิมในท้องที่สอง และเลิกคิดเรื่องค่าใช้จ่ายในบ้านที่ต้องหารครึ่งกันเป๊ะๆ ทั้งคู่มีรายได้ราว 60,000 ปอนด์ต่อคน มีบัญชีธนาคารส่วนตัวควบคู่ไปกับบัญชีร่วมสำหรับจ่ายบิล และมีความยืดหยุ่นในการแบ่งสัดส่วนเงินตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป

นอกจากนี้ ทั้งคู่ยังสอนลูกๆ เรื่องเงินตั้งแต่อายุยังน้อย โดยเปิดกองทุนบำนาญให้ลูกตั้งแต่เกิดและหักบัญชีอัตโนมัติทุกเดือน รวมถึงการใช้บัญชี Junior ISAs และให้ลูกสาววัย 5 ขวบทำงานเล็กๆ น้อยๆ เพื่อแลกกับเงินค่าขนม แทนที่จะซื้อให้ทุกอย่างที่ต้องการ เพื่อปลูกฝังนิสัยการออมเงินตั้งแต่เด็ก

ที่มา: BBC Business

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้