อุตสาหกรรมท่องเที่ยว 25 ปีหลังเหตุการณ์ 9/11: ความเหลื่อมล้ำ
ครบรอบ 25 ปีเหตุการณ์ 9/11 การเดินทางทางอากาศแบ่งเป็นสองขั้ว ระหว่างผู้โดยสารที่ไร้รอยต่อกับผู้ที่เผชิญมาตรการคัดกรองเข้มงวด

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ครบรอบ 25 ปี 9/11 อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเปลี่ยนผ่านสู่ระบบยืนยันตัวตนล่วงหน้า
- ผู้เดินทางกลุ่มพรีเมียมและพาสปอร์ตทรงพลังได้รับความสะดวกสบายขั้นสุด
- ผู้เดินทางจากประเทศกลุ่มเสี่ยงต้องเผชิญขั้นตอนคัดกรองและเอกสารที่ซับซ้อน
ผ่านมาเป็นเวลา 25 ปีนับตั้งแต่เหตุการณ์ 9/11 การเปลี่ยนแปลงที่เด่นชัดที่สุดในแวดวงการเดินทางไม่ได้มีแค่เรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัยที่สนามบิน การถอดรองเท้า หรือการจำกัดของเหลวอีกต่อไป แต่ระบบโครงสร้างเบื้องหลังได้พลิกโฉมบทบาทของอัตลักษณ์บุคคลในเส้นทางการเดินทางอย่างสิ้นเชิง ตลอดช่วงสองทศวรรษครึ่งที่ผ่านมา ภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวพัฒนาความสามารถในการค้นหา จอง และบริหารจัดการทริปได้อย่างไร้รอยต่อ ขณะเดียวกันรัฐบาลทั่วโลกก็ยกระดับความซับซ้อนในการคัดกรองผู้มีสิทธิ์เดินทางเช่นกัน
ผลลัพธ์ที่ได้ทำให้การเดินทางของผู้โดยสารบางกลุ่มมีความราบรื่นอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในปี 2001 ทว่าสำหรับผู้โดยสารอีกกลุ่มหนึ่ง อุปสรรคและความยุ่งยากกลับเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ก่อนจะเดินทางมาถึงสนามบินเสียอีก ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอย่างระบบไบโอเมตริกซ์และเครื่องมือยืนยันตัวตนดิจิทัลช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสารที่ระบบรู้จักและให้ความไว้วางใจอยู่แล้ว แต่ไม่ได้ช่วยลดภาระให้กับกลุ่มนักเดินทางระดับล่างหรือผู้ที่ถูกตรวจสอบอย่างเข้มงวดแต่อย่างใด

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
หัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงนี้คือการยกระดับกระบวนการขออนุญาตเดินทางให้เกิดขึ้นเร็วขึ้นกว่าเดิมผ่านระบบพรีออทอไรเซชัน (Pre-authorization) เช่น ระบบ ESTA ของสหรัฐอเมริกา, UK ETA ของสหราชอาณาจักร รวมถึงระบบ Entry/Exit System (EES) และ ETIAS ของสหภาพยุโรป ส่งผลให้สายการบินและรัฐบาลทราบสถานะของผู้โดยสารล่วงหน้าก่อนที่บุคคลนั้นจะเดินทางมาถึงเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบิน
การที่รัฐบาลทั่วโลกผลักดันระบบอนุญาตเดินทางล่วงหน้า (Pre-authorization) เช่น EES และ ETIAS สะท้อนให้เห็นว่าพรมแดนของประเทศไม่ได้เริ่มต้นที่เคาน์เตอร์ตรวจคนเข้าเมืองอีกต่อไป แต่ขยายขอบเขตไปถึงหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟนของผู้ยื่นคำร้องในต่างประเทศ แม้ระบบนี้จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยระดับมหภาคและทำให้ผู้โดยสารกลุ่มพรีเมียมเดินทางได้อย่างรวดเร็ว แต่ก็สร้างความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้างที่ปิดกั้นโอกาสของนักเดินทางจากประเทศที่เผชิญมาตรการตรวจสอบเข้มงวด
ในปัจจุบัน การเดินทางท่องเที่ยวจึงถูกแบ่งแยกออกเป็นสองขั้วอย่างชัดเจน (Bifurcated system) กลุ่มแรกคือนักเดินทางบ่อยที่มีหนังสือเดินทางทรงพลังและสถานะสมาชิกพิเศษ ซึ่งจะได้รับประสบการณ์การเดินทางที่ราบรื่นเกือบจะไร้รอยต่อ ส่วนอีกกลุ่มคือผู้มาเยือนครั้งแรกจากประเทศที่ต้องผ่านการตรวจสอบระดับสูง ซึ่งต้องเผชิญกับขั้นตอนการสัมภาษณ์ การจัดเตรียมเอกสารทางการเงิน และระยะเวลารอคอยที่ยาวนาน
คำถามสำคัญสำหรับอนาคตอีก 25 ปีข้างหน้าจึงไม่ใช่แค่ว่าเทคโนโลยีจะช่วยให้สนามบินรวดเร็วขึ้นเพียงใด แต่คือคำถามที่ว่าจะมีผู้คนอีกมากน้อยแค่ไหนที่จะได้ก้าวขึ้นมาเป็นกลุ่มนักเดินทางที่ระบบรู้จักวิธีอำนวยความสะดวกให้
ที่มา: Skift
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น