สุดารัตน์ จี้ กกต. จับตาคดีฮั้ว ส.ว. 14 ก.ย. นี้
สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ กระตุ้นประชาชนร่วมจับตาการทำงานของ กกต. ในวันที่ 14 กันยายนนี้ พร้อมเตือนอย่าให้คดีฮั้ว ส.ว. จับได้แค่ปลาซิวปลาสร้อย

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- สุดารัตน์กระตุ้นประชาชนจับตา กกต. ในวันที่ 14 กันยายนนี้
- ชี้ปัญหาคดีฮั้ว ส.ว. และโกงสอบท้องถิ่นหมื่นล้านจับได้แค่รายย่อย
- เตือนผู้มีอำนาจทุจริตทำให้ประชาชนต้องเป็นผู้แบกรับต้นทุน
- ฝากเตือนผู้มีอำนาจวันนี้ วันหนึ่งอาจต้องตกเป็นผู้ถูกตัดสินเช่นกัน
คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ออกมาโพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพของระบบตรวจสอบในประเทศไทย โดยระบุว่าหากผู้มีอำนาจเป็นผู้เลือกบุคคลเข้ามาตรวจสอบเสียเอง ความหวังของประชาชนในการพึ่งพาองคาพยพเหล่านี้ย่อมเลือนรางลงไปทุกที พร้อมชี้ว่ากลไกการตรวจสอบที่อยู่ใต้อาณัติทำให้ผู้กระทำผิดไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย
ในประเด็นดังกล่าว ได้มีการยกตัวอย่างปัญหาคอรัปชั่นขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นในสังคมไทย ซึ่งสร้างความเสียหายต่อประเทศชาติอย่างมหาศาล แต่กลับไม่สามารถสาวไปถึงตัวการใหญ่ที่แท้จริงได้ โดยปัญหาเหล่านี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อปากท้องและความเป็นอยู่ของประชาชนทั้งประเทศ ไม่ใช่ตัวนักการเมืองหรือข้าราชการผู้กระทำผิด

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ตัวอย่างรูปธรรมที่ชัดเจนในปัจจุบันประกอบด้วย:
- การทุจริตการสอบท้องถิ่นมูลค่าสูงถึงหลักหมื่นล้านบาท แต่กลับสามารถจับกุมได้เพียงระดับปลาซิวปลาสร้อย ขณะที่ผู้รับผลประโยชน์ตัวจริงยังคงลอยนวล
- กรณีไอ้โม่งกักตุนน้ำมันที่สูบเงินประชาชนไปกว่า 50,000 ล้านบาท ซึ่งภาครัฐยังไม่สามารถนำตัวผู้มีอำนาจที่อยู่เบื้องหลังการเสกน้ำมันเป็นเงินสดเข้ากระเป๋าตัวเองมาลงโทษได้
"วันที่ 14 กันยายนนี้ จะเป็นบทพิสูจน์ว่ากกต. จะเลือกความถูกต้อง เที่ยงธรรม โดยยึดหลักกฎหมายอย่างเคร่งครัด หรือจะเลือกอุ้มทุรชนผู้มีพระคุณ"
คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์
ในมุมมองเชิงวิเคราะห์ การเรียกร้องให้ประชาชนตื่นตัวและเข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบการทำงานขององค์กรอิสระ เช่น คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของกลไกการถ่วงดุลอำนาจในระบอบประชาธิปไตย เมื่อกระบวนการทางกฎหมายถูกตั้งคำถามเรื่องความโปร่งใส การกดดันจากภาคประชาชนจึงมักเป็นเครื่องมือสำคัญชิ้นสุดท้ายในการสร้างความรับผิดชอบให้เกิดขึ้นกับผู้มีอำนาจรัฐ
นอกจากนี้ ยังได้ฝากข้อคิดเตือนใจถึงผู้ดำรงตำแหน่งหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรมและการบริหารราชการแผ่นดินว่า การใช้อำนาจโดยไม่สุจริตในวันนี้ อาจย้อนกลับมาส่งผลกระทบต่อตนเองในอนาคต เมื่อถึงวันที่กฎแห่งกรรมและกระบวนการยุติธรรมทำงานจริง ผู้มีพระคุณที่เคยหนุนหลังก็จะไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น