สุชาติจับมือกลาโหมใช้เทคทหารพิทักษ์ป่า-สกัดไฟป่า 2569
วันที่ 11 ก.ย. 69 กรมอุทยานฯ ผนึกกำลัง สทป. นำเทคโนโลยีป้องกันประเทศยกระดับดูแลป่าอนุรักษ์และควบคุมไฟป่าทั่วประเทศ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมร่วมมือกับกระทรวงกลาโหม
- กรมอุทยานแห่งชาติฯ ลงนาม MOU กับสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สทป.)
- นำนวัตกรรมความมั่นคงมาใช้ป้องกันการบุกรุกป่าและควบคุมไฟป่า
- พิธีจัดขึ้นเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 ณ กระทรวง ทส.
วันที่ 11 กันยายน 2569 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกครั้งสำคัญด้วยการผนึกกำลังร่วมกับกระทรวงกลาโหม เพื่อนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศ ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลที่มุ่งเน้นการบูรณาการความเชี่ยวชาญจากหลายภาคส่วน
ในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ที่จัดขึ้นอย่างเป็นทางการ ณ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีบุคคลสำคัญระดับสูงเข้าร่วมเป็นสักขีพยานอย่างคับคั่ง นำโดย นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานปฏิบัติการโดยตรงเป็นผู้ลงนาม

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
สำหรับการลงนามในครั้งนี้ ฝ่ายกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดย นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้ร่วมลงนามกับ พล.อ.ดร.ชรัติ อุ่มสัมฤทธิ์ ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สทป.) เพื่อผสานองค์ความรู้ด้านความมั่นคงเข้ากับการดูแลรักษาผืนป่าอนุรักษ์ทั่วประเทศอย่างเป็นระบบ
"การนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการป้องกันประเทศมาผสานกับประสบการณ์ของเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ จะช่วยให้การเฝ้าระวัง ตรวจติดตาม และรับมือกับสถานการณ์ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์มีความแม่นยำและรวดเร็ยิ่งขึ้น"
นายสุชาติ ชมกลิ่น
นายสุชาติ ชมกลิ่น ได้กล่าวเน้นย้ำถึงความสำคัญของการนำเทคโนโลยีด้านการป้องกันประเทศมาปรับใช้ในภารกิจนี้ว่า จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งในการป้องกันการบุกรุกพื้นที่ป่า และรับมือกับปัญหาไฟป่าที่มักสร้างความเสียหายในวงกว้างได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เนื่องจากเครื่องมือเหล่านี้มีความแม่นยำสูงและช่วยลดความเสี่ยงให้กับเจ้าหน้าที่ภาคสนาม
การนำเทคโนโลยีทางทหารมาประยุกต์ใช้ในการอนุรักษ์ธรรมชาติหรือที่เรียกว่า Dual-use technology ถือเป็นแนวทางสากลที่หลายประเทศเริ่มนำมาปรับใช้ เช่น การใช้โดรนลาดตระเวนติดกล้องตรวจจับความร้อน (Thermal imaging) ระบบเซ็นเซอร์ตรวจจับควันไฟป่า หรือระบบภูมิสารสนเทศ (GIS) ที่มีความแม่นยำสูง ซึ่งจะช่วยอุดรอยรั่วในพื้นที่ป่าขนาดใหญ่ที่เจ้าหน้าที่เดินเท้าอาจดูแลไม่ทั่วถึง
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น