เซเลนสกีเยือนทำเนียบขาว ถกทรัมป์เรื่องระบบป้องกันภัยทางอากาศ
ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี เดินทางเยือนกรุงวอชิงตันเพื่อพบกับโดนัลด์ ทรัมป์ โดยมุ่งเน้นการผลักดันการผลิตขีปนาวุธแพทริออตในยูเครน ท่ามกลางสถานการณ์สงครามที่ตึงเครียด

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- เซเลนสกีพบโดนัลด์ ทรัมป์ที่ทำเนียบขาวเพื่อผลักดันการป้องกันภัยทางอากาศ
- มอสโกถูกโจมตีด้วยโดนัลด์กว่า 390 ลำข้ามคืน ตามรายงานของนายกเทศมนตรีมอสโก
- ยูเครนต้องการใบอนุญาตและกระบวนการผลิตขีปนาวุธ PAC-2 และ PAC-3 ในประเทศ
- การเยือนวอชิงตันครั้งนี้ยังเป็นการเข้าร่วมพิธีศพของวุฒิสมาชิก ลินนด์เซย์ แกรม
โวโลดีมีร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน ได้เดินทางถึงสหรัฐอเมริกาเพื่อเข้าร่วมการหารือครั้งสำคัญกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ทำเนียบขาว โดยมีเป้าหมายหลักในการผลักดันและยืนยันข้อผูกพันเกี่ยวกับการเสริมสร้างระบบป้องกันขีปนาวุธของกรุงเคียฟให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ท่ามกลางช่วงเวลาที่วิกฤตและสำคัญยิ่งในสงครามรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งรายงานจากนายกเทศมนตรีมอสโกเปิดเผยว่า เมืองหลวงของรัสเซียเพิ่งถูกเป้าหมายโจมตีด้วยโดรนถึง 390 ลำภายในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงในช่วงข้ามคืนที่ผ่านมา
ผู้นำยูเครนคาดว่าจะเร่งรัดให้ทรัมป์ทำตามสัญญาที่เคยให้ไว้เมื่อช่วงต้นเดือนนี้ ในการอนุมัติใบอนุญาตให้เคียฟสามารถผลิตขีปนาวุธสกัดกั้นแพทริออต (Patriot interceptor missiles) ได้เอง เนื่องจากรัสเซียได้ยกระดับการโจมตีด้วยขีปนาวุธทิ้งตัวที่มีความร้ายแรงสูงใส่กรุงเคียฟอย่างต่อเนื่อง ทำให้ความต้องการขีปนาวุธสกัดกั้นเหล่านี้อยู่ในขั้นเร่งด่วนและขาดแคลนอย่างหนักทั่วโลกหลังความขัดแย้งในยูเครนและตะวันออกกลาง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ระบบป้องกันภัยทางอากาศแพทริออตถือเป็นยุทโธปกรณ์ระดับสูงที่มีความซับซ้อนอย่างมาก การเปลี่ยนผ่านจากการสัญญาว่าจะให้ใบอนุญาตมาสู่การตั้งสายการผลิตจริงของรุ่น PAC-2 และ PAC-3 บนแผ่นดินยูเครนนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากต้องผ่านขั้นตอนทางกฎหมาย การเมือง และเทคนิคที่ยาวนานและซับซ้อน แม้ว่าทางบริษัท เรย์ธีอน (Raytheon) ผู้ผลิตอาวุธสัญชาติอเมริกันจะส่งคณะผู้แทนเดินทางเยือนเคียฟเมื่อสัปดาห์ก่อน และระบุถึงความพร้อมในการยกระดับความร่วมมือก็ตาม
การเดินทางมายังกรุงวอชิงตันของเซเลนสกีและเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลในครั้งนี้ มีกำหนดการหลักเพื่อเข้าร่วมพิธีศพของวุฒิสมาชิก ลินด์เซย์ แกรม (Lindsey Graham) ผู้ล่วงลับในวัย 71 ปี โดยการพบกันของเซเลนสกีและทรัมป์เกิดขึ้นในช่วงเวลาไล่เลี่ยกับการปะทะกันระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน ซึ่งกองกำลังยูเครนเพิ่งปฏิบัติการโจมตีเรือสินค้าอิหร่านในทะเลแคเปียน เนื่องจากเคียฟมองว่าอิหร่านเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดโดยตรงในการรุกรานของรัสเซีย และมีหลักฐานข่าวกรองว่ารัสเซียได้แบ่งปันภาพถ่ายดาวเทียมให้อิหร่านเพื่อใช้โจมตีฐานทัพสหรัฐฯ
ที่มา: BBC World
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น