Skimpflation ปลากระป๋อง: ซูเปอร์มาร์เก็ตเปลี่ยนปลาทูน่าแจ็ค
ซูเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่งหันมาขายปลาแจ็คแมคเคอเรลแทนปลาแอตแลนติกแมคเคอเรลเพื่อลดต้นทุน แต่นักวิชาการเตือนว่ามีคุณค่าทางโภชนาการน้อยกว่า

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ผู้บริโภคเผชิญภาวะ Skimpflation เมื่อซูเปอร์มาร์เก็ตเปลี่ยนมาขายปลาแจ็คแมคเคอเรลแทนปลาแมคเคอเรล
- ปลาแจ็คแมคเคอเรลมีโอเมก้า 3 เพียงครึ่งเดียวและวิตามินบี 12 หนึ่งในสามเมื่อเทียบกับปลาแบบดั้งเดิม
- สาเหตุหลักมาจากสต็อกปลาแอตแลนติกแมคเคอเรลลดฮวบหลังการทำประมงเกินขนาดตลอดหลายปี
- Princes และ Lidl เป็นแบรนด์หลักที่ปรับเปลี่ยนสินค้าท่ามกลางเสียงวิจารณ์เรื่องการติดฉลาก
กลุ่มผู้บริโภคออกโรงเตือนปรากฏการณ์ Skimpflation หรือการแอบลดคุณภาพวัตถุดิบเพื่อลดต้นทุน หลังซูเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่งเริ่มวางจำหน่ายปลาแจ็คแมคเคอเรล ซึ่งเป็นปลาคนละชนิดและมีคุณค่าทางโภชนาการต่ำกว่าปลาแมคเคอเรลแบบดั้งเดิมบนชั้นวางสินค้ามากขึ้นเรื่อยๆ
บริษัท Princes ผู้จัดจำหน่ายสินค้าให้แก่ซูเปอร์มาร์เก็ตรายใหญ่ ได้แทนที่ปลาแมคเคอเรลด้วยปลาแจ็คแมคเคอเรลจากชิลี เช่นเดียวกับห้าง Lidl ที่วางจำหน่ายสินค้าดังกล่าวภายใต้แบรนด์ของตนเอง โดยการเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นเนื่องจากสต็อกปลาแอตแลนติกแมคเคอเรลลดลงอย่างต่อเนื่องจากปัญหาการทำประมงเกินขนาด ขณะที่ปลาแจ็คแมคเคอเรลมีความยั่งยืนมากกว่าและมีราคาขายส่งถูกกว่าถึงหนึ่งในสาม
อย่างไรก็ตาม ปลาแจ็คแมคเคอเรลมีปริมาณกรดไขมันโอเมก้า 3 เพียงประมาณครึ่งหนึ่ง และมีวิตามินบี 12 เหลือเพียงประมาณหนึ่งในสามของปลาแมคเคอเรลทั่วไป นอกจากนี้ ในแง่ชีววิทยาแล้ว ปลาแจ็คแมคเคอเรลไม่ได้อยู่ในวงศ์ปลาแมคเคอเรล (Scombridae) แต่จัดอยู่ในวงศ์ Carangidae ทว่าหน่วยงานสิ่งแวดล้อมได้อนุมัติให้ใช้ชื่อป้ายผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้หลังจากมีการเปิดตัวสินค้า

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
"Skimpflation - quietly changing ingredients to cut costs - has become increasingly common, but it can feel particularly sneaky as shoppers may not realise a product has changed until they get it home and eat it."
ตัวแทนกลุ่มผู้บริโภค
ประเด็นดังกล่าวยังเชื่อมโยงกับวิกฤตสงครามปลาแมคเคอเรล ซึ่งเป็นข้อพิพาทเรื้อรังระหว่างสหราชอาณาจักร ไอซ์แลนด์ กรีนแลนด์ นอร์เวย์ หมู่เกาะแฟโร สหภาพยุโรป และรัสเซีย เกี่ยวกับการกำหนดโควตาจับปลาที่สูงเกินคำแนะนำทางวิทยาศาสตร์ติดต่อกันเป็นเวลานาน ส่งผลให้ประชากรปลาลดลงถึงสามในสี่ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา และสูญเสียการรับรองมาตรฐานความยั่งยืนจาก Marine Stewardship Council (MSC)
ปรากฏการณ์ Skimpflation สะท้อนให้เห็นว่าเมื่อทรัพยากรธรรมชาติถูกคุกคามจนขาดแคลน ผู้ผลิตมักเลือกทางออกเชิงพาณิชย์ด้วยการเปลี่ยนวัตถุดิบแทนการขึ้นราคาสินค้าตรงๆ ซึ่งในมุมมองของผู้บริโภคอาจเป็นการลดทอนคุณค่าทางโภชนาการโดยไม่รู้ตัว ขณะที่อุตสาหกรรมประมงในท้องถิ่นก็ได้รับผลกระทบจากการแข่งขันกับสินค้านำเข้าที่มีต้นทุนต่ำกว่าแต่แลกมาด้วยรอยเท้าคาร์บอนที่สูงขึ้นจากการขนส่งข้ามทวีป
ที่มา: BBC Business
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น