รถยนต์ยุคใหม่กำลังเก็บและแอบขายข้อมูลส่วนตัวของคุณให้บริษัทอื่น
ค่ายรถยนต์ชื่อดังเก็บข้อมูลพฤติกรรมการขับขี่แล้วขายให้บริษัทประกันภัยจนถูก FTC สั่งลงโทษ ขณะที่กฎหมายใหม่ยังแก้ปัญหาไม่ตรงจุด

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- รถยนต์สมัยใหม่เก็บข้อมูลการขับขี่จำนวนมหาศาลและนำไปขายต่อให้บุคคลที่สาม
- General Motors ถูก FTC สั่งแบน 5 ปีฐานขายข้อมูลลูกค้าให้โบรกเกอร์ประกันภัย
- ผู้ขับขี่จำนวนมากไม่รู้ตัวว่าการสมัครใช้บริการ OnStar เป็นการยินยอมให้เก็บข้อมูล
- ร่างกฎหมาย DRIVER Act ถูกวิจารณ์ว่ายังเปิดช่องให้ค่ายรถเก็บข้อมูลได้เหมือนเดิม
รถยนต์ในปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงพาหนะในการเดินทางอีกต่อไป แต่เปรียบเสมือนคอมพิวเตอร์เคลื่อนที่ที่ทำหน้าที่เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งานในปริมาณมหาศาล และในหลายกรณีข้อมูลเหล่านี้ถูกนำไปขายต่อให้กับบุคคลที่สามโดยที่เจ้าของรถไม่เคยรู้ตัวมาก่อน
ช่วงต้นปีที่ผ่านมา คณะกรรมา FTC (Federal Trade Commission) ได้ใช้บทลงโทษที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนกับบริษัท General Motors หรือ GM โดยสั่งห้ามไม่ให้ค่ายรถยนต์รายนี้ขายข้อมูลลูกค้าให้กับบริษัทรายงานผู้บริโภคและโบรกเกอร์ข้อมูลบุคคลที่สามเป็นระยะเวลา 5 ปีเต็ม

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ย้อนกลับไปในช่วงหลายปีที่ผ่านมา GM ได้แอบเก็บข้อมูลพฤติกรรมการขับขี่ของลูกค้าหลากหลายรูปแบบ เช่น ความถี่ในการขับรถเร็ว หรือการขับรถในช่วงเวลากลางคืน จากนั้นก็นำข้อมูลเหล่านี้ไปขายต่อให้กับบริษัทโบรกเกอร์ข้อมูลเพื่อนำไปสร้างโปรไฟล์ประเมินความเสี่ยงให้กับบริษัทประกันภัย โดยที่ผู้ขับขี่ส่วนใหญ่ไม่มีความรู้เลยว่าข้อมูลของตนกำลังถูกจัดเก็บอยู่ผ่านการสมัครใช้งานแพ็กเกจบริการเชื่อมต่อ OnStar และฟีเจอร์ Smart Driver ที่ซ่อนอยู่ภายใน
กระบวนการดังกล่าวถูกเปิดโปงอย่างชัดเจนในรายงานสืบสวนเชิงลึกของ The New York Times เมื่อปี 2024 ซึ่งระบุว่าผู้ขับขี่หลายรายต้องเผชิญกับเบี้ยประกันภัยที่สูงขึ้นอย่างกะทันหันอันเป็นผลมาจากการเก็บข้อมูลเหล่านี้ ภายใต้ข้อตกลงกับ FTC ในปัจจุบัน ทำให้ GM จำเป็นต้องทำให้กระบวนการปิดระบบติดตามตำแหน่งง่ายขึ้น รวมถึงเปิดให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงและลบข้อมูลที่ทางค่ายรถเก็บไว้ได้
ประเด็นเรื่องข้อมูลรถยนต์สะท้อนให้เห็นช่องว่างทางกฎหมายที่ใหญ่มากในอุตสาหกรรมยานยนต์เชื่อมต่อ (Connected Car) เนื่องจากรถยนต์ยุคใหม่มีเซ็นเซอร์และกล้องรอบคันที่บันทึกพฤติกรรมทุกอย่าง ต่างจากสมาร์ทโฟนที่ผู้ใช้คุ้นเคยกับการตั้งค่าความเป็นส่วนตัว รถยนต์กลับซ่อนนโยบายเหล่านี้ไว้ในสัญญาการใช้งานขนาดยาวที่อ่านเข้าใจยาก ทำให้ผู้บริโภคตกเป็นเบี้ยล่างในการยอมรับเงื่อนไขโดยไม่รู้ตัว
อย่างไรก็ตาม GM ไม่ใช่ค่ายรถยนต์เพียงรายเดียวที่มีพฤติกรรมดูดข้อมูลลูกค้ารายนี้ จากการศึกษาของทีมนักวิจัยจาก Mozilla Foundation ในปี 2023 ที่ใช้เวลาหลายเดือนในการตรวจสอบนโยบายความเป็นส่วนตัวของค่ายรถยนต์รายใหญ่ทุกแห่ง ได้ข้อสรุปที่น่าตกใจว่าค่ายรถทุกแห่งล้วนมีนโยบายความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยที่แย่มาก Jen Caltrider หนึ่งในทีมผู้จัดทำระบุว่า ลูกค้าต้องเผชิญกับนโยบายที่ซ้อนทับกันหลายฉบับ ทั้งนโยบายของตัวรถ บริการเชื่อมต่อ แอปพลิเคชันบนมือถือ และบริการทางการเงิน ทำให้แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นจริง
รายงานการสืบสวนจาก Consumer Reports เมื่อปีที่แล้วก็ยืนยันในทิศทางเดียวกันว่า เกือบทุกค่ายรถยนต์ที่วางขายรถในสหรัฐอเมริกายังคงเดินหน้าเก็บและแชร์ข้อมูลพฤติกรรมการขับขี่กับบริษัทอื่นอย่างต่อเนื่อง ความยากในการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวในรถยนต์เมื่อเทียบกับโทรศัพท์มือถือ ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นเสรีภาพที่ค่ายรถสามารถตักตวงข้อมูลมหาศาลได้โดยแทบไม่ต้องเผชิญกับการตรวจสอบจากสาธารณะ
"And so it was really overwhelming trying to understand what was going on"
Jen Caltrider
แม้ว่ากรณีของ GM จะทำให้ประเด็นความเป็นส่วนตัวในรถยนต์เริ่มกลับมาได้รับความสนใจจากผู้กำหนดนโยบาย แต่แนวทางการแก้ไขปัญหาดูเหมือนจะยังเกาไม่ถูกคันเท่าที่ควร เมื่อเดือนธันวาคมปีก่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ 3 รายจากพรรครีพับลิกันได้เสนอร่างกฎหมายที่เรียกว่า DRIVER Act โดยอ้างหลักการพื้นฐานว่าผู้ที่เป็นเจ้าของรถควรเป็นเจ้าของข้อมูลที่รถคันนั้นสร้างขึ้นด้วย
ถึงกระนั้น ตัวร่างกฎหมายดังกล่าวกลับมีจุดอ่อนสำคัญเพราะอนุญาตให้ค่ายรถยนต์ยังคงสามารถรวบรวมและขายข้อมูลให้กับโบรกเกอร์บุคคลที่สามต่อไปได้ ซึ่งทำให้นักเคลื่อนไหวเพื่อความเป็นส่วนตัวมองว่าเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ ดังที่ Jen Caltrider ชี้ให้เห็นว่า สิทธิในการเข้าถึงและลบข้อมูลนั้นไม่เท่ากับการป้องกันไม่ให้เกิดการเก็บข้อมูลที่มากเกินไปตั้งแต่แรก
ที่มา: The Verge
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น