ณัฐพงษ์-พริษฐ์-iLaw เดินขบวนจี้ กกต. ส่งศาลคดีฮั้ว สว.
ณัฐพงษ์ รุ่งเรืองวงศ์, พริษฐ์ วัชรสินธุ และ iLaw นำขบวนเรียกร้องให้ กกต. ส่งศาลพิจารณาคดีฮั้ว สว. พร้อมลุ้นผลชี้ชะตา 229 คน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ณัฐพงษ์-พริษฐ์-iLaw นำขบวนเดินหน้าคดีฮั้ว สว.
- ชูป้ายเรียกร้องให้ กกต. ส่งเรื่องให้ศาลพิจารณา
- รอลุ้นผลการตัดสินชี้ชะตากลุ่มบุคคลจำนวน 229 คน
เมื่อเร็วๆ นี้ ได้เกิดความเคลื่อนไหวทางการเมืองครั้งสำคัญเมื่อ ณัฐพงษ์ รุ่งเรืองวงศ์, พริษฐ์ วัชรสินธุ และตัวแทนจาก iLaw ได้ร่วมกันนำมวลชนเดินขบวนเพื่อติดตามและกดดันการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เกี่ยวกับความคืบหน้าในคดีการฮั้วกันเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ซึ่งเป็นประเด็นที่อยู่ในความสนใจของสังคมอย่างต่อเนื่อง
การเดินขบวนในครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายหลักในการเรียกร้องให้ทาง กกต. เร่งรัดดำเนินการส่งสำนวนคดีไปยังศาล เพื่อให้กระบวนการทางกฎหมายดำเนินไปอย่างโปร่งใสและยุติธรรม โดยผู้ร่วมกิจกรรมได้มีการชูป้ายข้อความต่างๆ เพื่อสื่อสารถึงความต้องการของประชาชนและภาคประชาสังคมที่ต้องการเห็นการตรวจสอบความผิดปกติที่เกิดขึ้นในกระบวนการเลือกตั้ง สว. ที่ผ่านมา
สำหรับประเด็นสำคัญที่ทุกฝ่ายกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิดคือ บทสรุปและการตัดสินใจของคณะกรรมการ กกต. ทั้ง 7 ท่าน หรือที่เรียกกันว่า "7 เสือ กกต." ซึ่งจะมีอำนาจหน้าที่สำคัญในการชี้ชะตาและตัดสินว่าสำนวนคดีของบุคคลจำนวน 229 คนนี้จะมีทิศทางอย่างไรต่อไป จะถูกส่งฟ้องต่อศาลหรือไม่

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้นำทางการเมืองและองค์กรภาคประชาสังคมอย่าง iLaw สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการผลักดันให้เกิดการตรวจสอบอำนาจรัฐและการใช้อำนาจหน้าที่ในกระบวนการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งเครือข่ายภาคประชาชนมองว่าเป็นกลไกสำคัญที่มีผลต่อทิศทางทางการเมืองระดับประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
คดีฮั้ว สว. ถือเป็นหนึ่งในประเด็นทางกฎหมายและการเมืองที่ซับซ้อนที่สุดครั้งหนึ่งในประเทศไทย เนื่องจากกระบวนการเลือก สว. ตามรัฐธรรมนูญปัจจุบันมีความซ้อนทับและมีขั้นตอนที่หลายฝ่ายเคยตั้งข้อสังเกตเรื่องช่องโหว่ การที่ภาคการเมืองและภาคประชาสังคมอย่าง iLaw รวมถึงผู้นำพรรคการเมืองมาร่วมเดินขบวนกดดันด้วยตนเอง จึงเป็นการยกระดับแรงกดดันทางการเมืองให้ กกต. ต้องทำงานอย่างโปร่งใสและเผชิญหน้ากับความคาดหวังของสาธารณชน
ทางด้าน กกต. เองยังคงต้องเผชิญกับแรงกดดันรอบด้าน ทั้งจากกลุ่มผู้ชุมนุมและเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมในการทำหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดให้กระจ่างชัด ก่อนที่การตัดสินใจครั้งประวัติศาสตร์นี้จะปรากฏผลอย่างเป็นทางการในเร็วๆ นี้
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น