ข้ามไปเนื้อหาหลัก

กกต. ส่งฟ้อง 26 สว. และผู้เกี่ยวข้องรวม 77 คน ปมจ้างโหวตเตอร์

นายณรงค์ กลั่นวาริน ประธาน กกต. เผยเมื่อ 14 ก.ย. 2569 มีมติส่งฟ้อง สว. 26 ราย และผู้เกี่ยวข้องรวม 77 คน ศาลฎีกา ชี้พฤติการณ์ชัดเจนปมจ้างโหวตเตอร์

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
14 Sep 2026ที่มา: Khaosod Politics2 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
กกต. ส่งฟ้อง 26 สว. และผู้เกี่ยวข้องรวม 77 คน ปมจ้างโหวตเตอร์

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • กกต. มีมติส่งฟ้อง สว. จำนวน 26 คน และผู้เกี่ยวข้องรวม 77 คนต่อศาลฎีกา
  • พบพฤติการณ์จูงใจและให้ทรัพย์สินแก่ผู้มีสิทธิเลือก สว. หรือเข้าข่ายจ้างโหวตเตอร์
  • ยกกรณีศึกษาที่จังหวัดหนองบัวลำภูพบเส้นทางการเงิน ผังเดินทาง และเบอร์โทรเชื่อมโยง

วันที่ 14 กันยายน 2569 นายณรงค์ กลั่นวาริน ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ได้ออกมาชี้แจงถึงกรณีที่มีมติสั่งฟ้องสมาชิกวุฒิสภาจำนวน 26 คน พร้อมด้วยกลุ่มผู้ถูกกล่าวหาจากข้อกล่าวหาที่ 3 และ 4 ถึง 7 รวมเป็นจำนวนทั้งสิ้น 77 คน โดยระบุว่าบุคคลที่ถูกกล่าวหาในแต่ละข้อหาส่วนใหญ่นั้นเป็นกลุ่มบุคคลเดียวกันทั้งหมด ซึ่งกระบวนการทางกฎหมายกำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้น

สำหรับการไต่สวนและรวบรวมพยานหลักฐานในคดีนี้ ทางสำนักงาน กกต. ได้เปิดเผยรายละเอียดและพฤติการณ์สำคัญผ่านเอกสาร Power Point โดยมีการหยิบยกกรณีศึกษาในพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภู ซึ่งมีผู้ถูกร้องที่ 84 ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นสมาชิกวุฒิสภาเข้ามาเกี่ยวข้อง เพื่อแสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมการกระทำความผิดที่มีการวางแผนมาเป็นอย่างดี

พฤติการณ์หลักที่ทำให้ทาง กกต. ตัดสินใจมีมติส่งฟ้องต่อศาลฎีกาเพื่อขอให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง รวมถึงดำเนินคดีทางอาญา คือการกระทำอันมีลักษณะจูงใจและให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ผู้มีสิทธิเลือกสมาชิกวุฒิสภา เพื่อโน้มน้าวให้ลงคะแนนให้แก่ตนเอง ซึ่งเข้าข่ายความผิดฐาน “จ้างโหวตเตอร์” อย่างชัดเจนตามกฎหมายเลือกตั้ง

Sappaya-Sapasathan Thai Parliament Bangkok

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

คดีการฮั้วเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาและกระบวนการคัดเลือก สว. ถือเป็นหนึ่งในประเด็นร้อนทางการเมืองไทยที่ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดจากภาคประชาชน เนื่องจากโครงสร้างการเลือก สว. ทางอ้อมในอดีตที่ผ่านมามีความซับซ้อนและเปิดช่องให้เกิดการจัดตั้งกลุ่มก้อนหรือหัวคะแนนได้ง่าย การที่ กกต. ใช้พยานหลักฐานเชิงประจักษ์อย่างเส้นทางการเงินและข้อมูลการสื่อสารมามัดตัวผู้กระทำผิด จึงเป็นหมุดหมายสำคัญในการตรวจสอบความโปร่งใสขององค์กรอิสระ

ทั้งนี้ ผลจากการสืบสวนสอบสวนเชิงลึกของสำนักงาน กกต. ไม่ได้พึ่งพาเพียงแค่คำกล่าวอ้างลอยๆ เท่านั้น แต่ยังอาศัยการแกะรอยหลักฐานทางเทคนิคที่มีน้ำหนักยืนยันความเชื่อมโยงของผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดในสำนวนคดี

26สว. ที่ถูกส่งฟ้อง
77ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด

จากการไต่สวนในคดีดังกล่าวยังพบความเชื่อมโยงที่สำคัญหลายประการ ทั้งในส่วนของเส้นทางการเงินที่ถูกโอนย้ายระหว่างกลุ่มบุคคล ผังการเดินทางที่สอดคล้องกันในช่วงเวลาเกิดเหตุ รวมถึงข้อมูลการติดต่อทางโทรศัพท์ที่สามารถนำมาประกอบเป็นหลักฐานมัดตัวกลุ่มผู้ถูกกล่าวหาได้อย่างแน่นหนา

ที่มา: Khaosod Politics

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้