Wyndham เปิดตัวแบรนด์บูติก Dolce Nova ขยายตลาดหรู
Wyndham Hotels & Resorts เปิดตัว Dolce Nova แบรนด์บูติกโฮเทลระดับบน หวังเจาะกลุ่มเป้าหมายใหม่ในภูมิภาค EMEA ตะวันออกกลาง และอินเดีย

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Wyndham Hotels & Resorts เปิดตัวแบรนด์ใหม่ Dolce Nova ในวันจันทร์ที่ผ่านมา
- เป็นแบรนด์แรกที่พัฒนาขึ้นเองโดยทีม EMEA แทนการซื้อกิจการเหมือน 20 จาก 25 แบรนด์เดิม
- มุ่งเน้นโรงแรมขนาดเล็ก 50 ห้องขึ้นไป เจาะกลุ่มท่องเที่ยวพักผ่อนและอัตราค่าห้องพัก 250-300 ยูโรต่อคืน
Wyndham Hotels & Resorts ประกาศเปิดตัวแบรนด์ใหม่ในชื่อ Dolce Nova ซึ่งเป็นแบรนด์โรงแรมบูติกระดับบน (upper-upscale) ที่ต่อยอดมาจากแบรนด์ Dolce Hotels & Resorts เดิมซึ่งเน้นเรื่องการจัดประชุมและอีเวนต์ โดยการเปิดตัวครั้งนี้เกิดขึ้นในงาน Annual Hospitality Conference ที่เมืองแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ
ความพิเศษของการเปิดตัวครั้งนี้คือ Dolce Nova ถือเป็นแนวคิดแบรนด์แรกที่พัฒนาขึ้นโดยทีมงาน EMEA ของ Wyndham เอง หลังจากที่ผ่านมาบริษัทใช้วิธีการเข้าซื้อกิจการถึง 20 จาก 25 แบรนด์ทั้งหมดในเครือ ตามคำกล่าวของ Dimitris Manikis ประธานภาคพื้นยุโรป ตะวันออกกลาง ยูเรเซีย และแอฟริกา

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
แบรนด์ดั้งเดิมอย่าง Dolce Hotels & Resorts ซึ่งบริษัทเข้าซื้อกิจการมาตั้งแต่ปี 2015 มักจะมีขนาดใหญ่ประมาณ 200 ถึง 400ห้อง และเป็นที่รู้จักในฐานะสถานที่จัดประชุมสัมมนาและอีเวนต์องค์กร แต่ Dolce Nova ถูกออกแบบมาให้แตกต่างออกไปโดยเน้นความเรียบง่าย การออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ และกลุ่มลูกค้ากลุ่มใหม่ที่ไม่เคยเจาะมาก่อน
โครงการใหม่นี้ตั้งเป้าเจาะกลุ่มโรงแรมขนาดเล็กเริ่มต้นเพียง 50 ห้อง เน้นความยืดหยุ่นสำหรับเจ้าของแฟรนไชส์ที่มีจุดสัมผัสเอกลักษณ์ของแบรนด์เพียง 5 หรือ 6 จุดเท่านั้น โดยคาดว่าจะมีการประกาศลงนามโรงแรมแห่งแรกในช่วงปลายปี 2026 หรือต้นปี 2027
"ทำไมเราต้องใช้เงินจำนวนมากไปซื้อกิจการในเมื่อเราสามารถสร้างส่วนขยายของแบรนด์ Dolce ขึ้นมาเองและแนะนำมันให้กับฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ได้?"
Dimitris Manikis ประธานภาคพื้น EMEA ของ Wyndham
การเปิดตัว Dolce Nova สะท้อนให้เห็นกลยุทธ์ของ Wyndham ที่ต้องการยกระดับพอร์ตโฟลิโอของตนเองขึ้นสู่กลุ่มโรงแรมระดับกลางค่อนไปทางบน (midscale-and-above) เพื่อสร้างรายได้จากค่าธรรมเนียมที่สูงขึ้น ซึ่งกลยุทธ์ลักษณะนี้มีความก้าวหน้าในภูมิภาค EMEA มากกว่าตลาดในสหรัฐอเมริกาที่ยังคงมีสัดส่วนโรงแรมประหยัด (economy) อยู่เป็นจำนวนมาก การสร้างแบรนด์เองช่วยลดต้นทุนการซื้อกิจการและเปิดโอกาสให้บริษัทปรับตัวเข้ากับความต้องการของตลาดท่องเที่ยวเชิงพักผ่อนที่เติบโตอย่างรวดเร็วได้ยืดหยุ่นยิ่งขึ้น
สำหรับลำดับความสำคัญในการขยายตลาดช่วงแรก Wyndham จะมุ่งเน้นไปที่ภูมิภาคตะวันออกกลาง กลุ่มประเทศ CIS ได้แก่ คาซัคสถาน อุซเบกิสถาน จอร์เจีย และประเทศอินเดีย ซึ่งมองว่าเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงสำหรับแบรนด์บูติกในระดับบน
ที่มา: Skift
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น