ข้ามไปเนื้อหาหลัก

ศุภมาส ปัดข่าวควบรวม อสมท-ไทยพีบีเอส ย้ำดูแลไม่ให้ขาดทุน

ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยืนยันแผนควบรวม อสมท และไทยพีบีเอสเป็นเพียงกระแสข่าว โดยทำงานร่วมกับ สคร. ใกล้ชิดเมื่อ 15 ก.ย. 2569

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
15 Sep 2026ที่มา: Khaosod Politics2 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
ศุภมาส ปัดข่าวควบรวม อสมท-ไทยพีบีเอส ย้ำดูแลไม่ให้ขาดทุน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • ศุภมาสยันแผนควบรวม อสมท-ไทยพีบีเอสเป็นแค่กระแสข่าว
  • แจง สคร. เข้ามาช่วยดูแลปัญหาขาดทุนสะสมของ อสมท
  • ขอให้บุคลากรคลายกังวล ยันการเปลี่ยนแปลงต้องดีขึ้น

นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้กำกับดูแล บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ออกมาสยบข่าวลือเกี่ยวกับการควบรวมกิจการระหว่าง อสมท และองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ไทยพีบีเอส) โดยยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเพียงกระแสข่าวที่อ้างอิงแหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังเท่านั้น

เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 ณ ทำเนียบรัฐบาล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า ตนเองยังไม่เคยรับทราบเรื่องดังกล่าวมาก่อน และเมื่อได้สอบถามไปยังผู้บริหารของ อสมท ก็ได้รับคำยืนยันตรงกันว่า ยังไม่มีการแจ้งเรื่องการควบรวมใดๆ ทั้งสิ้น ขอให้บุคลากรในองค์กรตื่นตัวได้แต่อย่าเพิ่งตื่นตระหนกกับข่าวที่เกิดขึ้น

Thailand university campus building exterior

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

ทั้งนี้ ในส่วนของการดำเนินงานภายใน อสมท รัฐบาลได้ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) อย่างใกล้ชิด เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดทุนที่เรื้อรังมานานหลายปี พร้อมทั้งมุ่งมั่นสร้างขวัญกำลังใจและความมั่นคงให้กับพนักงานทุกคนในองค์กร

การทำงานร่วมกันระหว่างรัฐวิสาหกิจและ สคร. (สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ) เป็นกลไกสำคัญในการตรวจสอบและฟื้นฟูสุขภาพทางการเงินขององค์กรสื่อสารของรัฐ ที่ปัจจุบันต้องเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่จากการเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์สื่อ (Media Landscape) และพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันไปเสพสื่อออนไลน์มากขึ้น ส่งผลให้รายได้จากโฆษณาแบบดั้งเดิมลดลง การปรับโครงสร้างและการปรับผังรายการจึงเป็นโจทย์สำคัญที่ผู้บริหารยุคเปลี่ยนผ่านต้องเร่งดำเนินการ

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีระบุเพิ่มเติมว่า ช่วงเวลานี้เป็นจังหวะของการเปลี่ยนผ่านผู้บริหาร พร้อมกับการปรับปรุงผังรายการให้มีความสร้างสรรค์และเป็นประโยชน์ต่อสังคมมากยิ่งขึ้น โดยให้ความมั่นใจว่าทุกย่างก้าวของการเปลี่ยนแปลงต่อจากนี้ จะต้องนำพาองค์กรไปในทิศทางที่ดีขึ้นกว่าเดิมอย่างแน่นอน

ที่มา: Khaosod Politics

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้