Matthew Rhys สร้างประวัติศาสตร์คว้ารางวัล Emmy สองสาขา
แมทธิว ริส นักแสดงชาวเวลส์ สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในงานประกาศรางวัล Emmy Awards ด้วยการคว้ารางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมถึง 2 สาขาในคืนเดียว

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- แมทธิว ริส สร้างประวัติศาสตร์เป็นคนแรกที่ชนะรางวัลนักแสดงนำ 2 สาขาในคืนเดียว
- ริสคว้ารางวัลจากผลงานในซีรีส์ Widow's Bay และ The Beast In Me
- ฌีน สมาร์ท และ แอลลิสัน แจนนีย์ คว้า Emmy ตัวที่ 8 เท่ากับสถิติสูงสุด
- ไมเคิล เจ. ฟ็อกซ์ รับรางวัลมนุษยธรรม บ็อบ โฮป ท่ามกลางเสียงปรบมือยืนไว้อาลัย
ในงานประกาศรางวัล Emmy Awards ครั้งล่าสุด แมทธิว ริส นักแสดงหนุ่มชาวเวลส์ ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการโทรทัศน์สหรัฐฯ ด้วยการกลายเป็นบุคคลแรกที่สามารถคว้ารางวัลประเภทนักแสดงนำยอดเยี่ยมได้ถึงสองรางวัลในค่ำคืนเดียว การันตีความสามารถอันโดดเด่นจากบทบาทที่หลากหลายในผลงานจอแก้วที่ผ่านมา
ริสได้รับการยอมรับจากเวทีอันทรงเกียรติแห่งนี้ผ่านผลงานการแสดงสองเรื่อง ได้แก่ ซีรีส์ตลกแนวเหนือธรรมชาติ Widow's Bay และซีรีส์แนวจิตวิทยาระทึกขวัญ The Beast In Me ซึ่งเขาได้กวาดรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมประเภทมินิซีรีส์สำหรับเรื่อง The Beast In Me ก่อนจะคว้าชัยชนะในสาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยมประเภทซีรีส์ตลกจากเรื่อง Widow's Bay ตามมาติดๆ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ก่อนหน้านี้เคยมีนักแสดงเพียงไม่กี่รายที่เคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลนักแสดงนำสองสาขาในปีเดียวกัน เช่น แอลัน อัลดา, แซลลี่ ฟิลด์, จอห์น กู๊ดแมน, เอลิซาเบธ มอสส์ และ เทด แดนสัน แต่แมทธิว ริส คือคนแรกที่สามารถเปลี่ยนการเสนอชื่อเหล่านั้นให้กลายเป็นชัยชนะแบบแพ็กคู่ได้สำเร็จ โดยบนเวทีเขาได้กล่าวอุทิศรางวัลที่สองให้กับชาวเวลส์ผู้เป็นรากฐานสำคัญในชีวิตของเขา
"ผมกังวลว่ามันจะส่งผลกระทบต่อการทำงานและความสัมพันธ์กับผู้ชม เมื่อพวกเขาหัวเราะหากรู้ว่าผมป่วย"
Michael J. Fox
นอกจากนี้ เวที Emmy ปีนี้ยังเต็มไปด้วยค่ำคืนแห่งประวัติศาสตร์ของนักแสดงหญิงระดับตำนานอย่าง ฌีน สมาร์ท ที่คว้ารางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจากซีรีส์ Hacks เป็นการคว้ารางวัล Emmy ครั้งที่ 8 ในชีวิต เช่นเดียวกับ แอลลิสัน แจนนีย์ จาก The Diplomat ที่คว้ารางวัลนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยมและเป็นรางวัลที่ 8 ของเธอเช่นกัน ส่งผลให้ทั้งคู่ครองสถิติสูงสุดตลอดกาลร่วมกับ คลอริส ลีชแมน และ จูเลีย หลุยส์-เดรย์ฟัส
การสร้างประวัติศาสตร์บนเวที Emmy Awards ของแมทธิว ริส และสถิติของนักแสดงรุ่นใหญ่ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมโทรทัศน์ยุคสตรีมมิ่ง ที่เปิดกว้างให้ผลงานหลากหลายรูปแบบและนักแสดงฝีมือดีจากหลากหลายภูมิหลังสามารถก้าวขึ้นมาโดดเด่นบนเวทีระดับโลกได้อย่างเท่าเทียม พร้อมทั้งตอกย้ำคุณค่าของการแสดงระยะยาวที่ผู้ชมและคณะกรรมการยังคงให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่อง
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือการมอบรางวัลมนุษยธรรม Bob Hope Humanitarian Award ให้แก่ ไมเคิล เจ. ฟ็อกซ์ จากความทุ่มเทในการรณรงค์ช่วยเหลือผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน โดยเขาปรากฏตัวบนรถเข็นและเล่าถึงช่วงเวลาที่เคยปกปิดอาการป่วยในช่วงแรกของการวินิจฉัยเมื่ออายุ 29 ปีเพราะกลัวผลกระทบต่ออาชีพการงาน
ที่มา: BBC World
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น