ข้ามไปเนื้อหาหลัก

นักพัฒนาไอทีควรมีชีวิตนอกจอและงานเขียนโค้ด

เจาะลึกปัญหาการสร้างเครือข่ายของโปรแกรมเมอร์ที่มักติดอยู่ในวงจรโลกไอที และวิธีฝึกทักษะสื่อสารผ่านงานอดิเรกและการพบปะผู้คนนอกสายงาน

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
15 Sep 2026ที่มา: Dev.to3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
นักพัฒนาไอทีควรมีชีวิตนอกจอและงานเขียนโค้ด

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • โปรแกรมเมอร์มักเผลอผูกตัวตนเข้ากับงานไอทีและสังคมคนเขียนโค้ด
  • อาชีพนั่งโต๊ะทำให้หมดพลังงานและจำกัดวงสังคมให้อยู่แต่กับคนคุ้นเคย
  • การมีงานอดิเรกนอกจอช่วยฝึกทักษะสื่อสารกับคนต่างสาขาอาชีพ
  • การสนทนาที่มีประโยชน์ไม่จำเป็นต้องเกี่ยวกับงานหรือเป้าหมายอาชีพ

บทความนี้มีจุดเริ่มต้นจากการที่ผู้เขียนได้อ่านบล็อกเกี่ยวกับการสร้างเครือข่ายหรือ Networking จากเพื่อนร่วมสายงานอย่าง @francistrdev ซึ่งทำให้ฉุกคิดถึงรากเหง้าของปัญหาที่เหล่านักพัฒนาซอฟต์แวร์มักต้องเผชิญเมื่อต้องการสร้างความสัมพันธ์กับผู้คนรอบข้าง โดยปัญหาดังกล่าวไม่ได้เกิดจากการเป็นคน introvert หรือรักสันโดษ เนื่องจากมีคนประเภทนี้จำนวนมากที่เชี่ยวชาญด้านการสื่อสาร แต่กลับพบรูปแบบพฤติกรรมที่น่าสนใจว่าคนสายไอทีมักจะหลอมรวมชีวิตส่วนตัวเข้ากับงานอาชีพโดยไม่รู้ตัว

ในชีวิตประจำวัน นักพัฒนาไอทีใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการจ้องหน้าจอ แก้บั๊ก เขียนโค้ด และเข้าร่วมการประชุม เมื่อเลิกงานก็มักจะเลือกไปร่วมงาน Tech meetup หรือการแข่งขันแฮกาทอน ซึ่งแม้ว่ากิจกรรมเหล่านี้จะมีประโยชน์และเป็นช่องทางที่ดีในการพบปะผู้คน แต่ปัญหาจะเริ่มเกิดขึ้นเมื่อสิ่งเหล่านี้กลายเป็นรูปแบบการเข้าสังคมเดียวที่มีในชีวิตประจำวัน

การที่คนสายไอทีหมกมุ่นอยู่กับเทคโนโลยีสะท้อนถึงลักษณะงานที่ใช้พลังสมองสูงและต้องนั่งหน้าจอเป็นเวลานาน ทำให้พลังงานทางจิตวิทยาเหลือน้อยในการทำกิจกรรมอื่น ส่งผลให้เกิดภาวะคอมฟอร์ตโซนทางสังคมโดยไม่รู้ตัว และทำให้ความสามารถในการปรับตัวเข้าหากลุ่มคนที่มีภูมิหลังแตกต่างลดลงตามกาลเวลา

เมื่อเราคุ้นเคยกับการพูดคุยกับเฉพาะคนที่เข้าใจศัพท์เฉพาะทางด้านเทคโนโลยี การไปพูดคุยกับบุคคลภายนอกจึงเริ่มรู้สึกอึดอัดและเหนื่อยหน่าย และเนื่องจากการสื่อสารเป็นทักษะที่ต้องอาศัยการฝึกฝน วงจรนี้จึงทำให้การเข้าสังคมกับคนแปลกหน้ายากขึ้นเรื่อย ๆ ทางออกสำคัญจึงเป็นการสร้างชีวิตชีภายนอกโลกไอทีบ้าง

art workshop painting easel hobby classroom

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

แนวทางแก้ไขที่ผู้เขียนแนะนำประกอบด้วยการหากิจกรรมออฟไลน์ทำร่วมกับผู้อื่น เช่น เข้าร่วมเวิร์กช็อปวาดภาพ ชมรมถ่ายภาพ หรือคลับอ่านหนังสือ โดยจุดประสงค์ไม่ใช่ตัวกิจกรรมเอง แต่เป็นการนำตัวเองไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ผู้คนไม่ได้พูดคุยเรื่องเทคโนโลยี นอกจากนี้ การเข้าร่วมชมรม Toastmasters เพื่อฝึกพูดในที่สาธารณะและการสื่อสารอย่างเป็นธรรมชาติกับผู้คนหลากหลายวัยก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยลดความประหม่าในสถานการณ์สังคมที่ไม่คุ้นเคยได้เป็นอย่างดี

ผู้เขียนได้แบ่งปันประสบการณ์ส่วนตัวจากการเข้าร่วมชมรม Toastmasters ในเมืองที่อาศัยอยู่ ว่าในช่วงแรกยังคงรู้สึกประหม่าและอึดอัดเนื่องจากไม่ได้เข้าร่วมงานลักษณะนี้มานานหลายเดือน แต่สิ่งสำคัญคือการให้โอกาสตัวเองได้ฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ การกระชับมิตรกับเพื่อนวัยเด็กหรือการนัดเจอเพื่อนจากคอมมูนิตี้ออนไลน์ในชีวิตจริง เช่น กลุ่ม ADHD ที่ผู้เขียนร่วม ใช้งาน ก็ช่วยสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ผ่อนคลายโดยไม่ต้องพูดคุยเรื่องการสร้างพอร์ตโฟลิโอหรือเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานแต่อย่างใด

"I don't know much about that. Tell me more."

ผู้เขียนบทความ Dev.to

ท้ายที่สุดแล้ว ทักษะการสร้างเครือข่ายไม่ได้หมายถึงการรู้จักวิธีแนะนำตัวหรือการสอบถามอาชีพของคู่สนทนาเสมอไป แต่ความอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับโลกภายนอกฟองสบู่ทางอาชีพและการเป็นผู้ฟังที่ดีมีความสำคัญมากกว่าการพยายามทำตัวให้ดูมีความรู้ในทุกเรื่อง การยอมรับว่าตนเองไม่รู้และเปิดใจรับฟังเรื่องราวจากผู้อื่นคือหัวใจสำคัญในการเชื่อมโยงผู้คนเข้าหากัน

ที่มา: Dev.to

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้