UAE Hotels 2027: ผู้ประกอบการโรงแรมเลิกหวังฟื้นตัวไตรมาส 4
ผู้บริหารโรงแรมในยูเออีเผยในงาน Arabian Travel Market ว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและโรงแรมจะไม่สามารถฟื้นตัวกลับสู่ระดับปี 2024-2025 ได้จนกว่าจะถึงไตรมาส 4 ของปี 2027

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ผู้ประกอบการโรงแรมในยูเออีประเมินตรงกันว่าการฟื้นตัวเต็มรูปแบบจะเกิดขึ้นในปลายปี 2027
- อัตราการเข้าพักฟื้นตัวดีขึ้นแตะระดับ 70% ถึง 80% แต่ปัญหาหลักคือราคาห้องพักลดลง 5% ถึง 8%
- ตลาดนักท่องเที่ยวจากยุโรปและสหรัฐฯ หดตัวลงอย่างหนักจากคำเตือนการเดินทางและเที่ยวบินที่จำกัด
- ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติในดูไบช่วง 8 เดือนแรกของปี 2026 อยู่ที่ 6.97 ล้านคน เทียบกับปีก่อนที่ 12.54 ล้านคน
ผู้บริหารระดับสูงจากกลุ่มธุรกิจโรงแรมชั้นนำที่มารวมตัวกันในงานมหกรรมท่องเที่ยว Arabian Travel Market เมืองดูไบ มีมุมมองที่สอดคล้องกันว่า ภาคอุตสาหกรรมการบริการและโรงแรมในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์จะไม่สามารถกลับคืนสู่ภาวะปกติได้ทันภายในปีนี้ โดยปัจจัยท้าทายไม่ได้มีเพียงแค่สถานการณ์ความขัดแย้งเท่านั้น แต่ยังมาจากช่องว่างระหว่างอัตราการเข้าพักและราคาห้องพักที่ยังไม่สมดุลกัน
Victor Abou-Ghanem ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Story Hospitality ซึ่งเป็นผู้บริหารจัดการโรงแรม H Hotel Dubai และ Al Maya Island & Resort ในอาบูดาบี ระบุว่า ทางบริษัทคาดหวังว่าปริมาณการเดินทางจากฝั่งยุโรปและสหรัฐอเมริกาจะกลับมาฟื้นตัวอย่างเต็มรูปแบบได้ในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2027 พร้อมเสริมว่าการหวังการฟื้นตัวภายในไตรมาส 4 ของปีนี้นั้นถือว่าเร็วเกินไป
ในทิศทางเดียวกัน Phillipa Harrison ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของการท่องเที่ยว Ras Al Khaimah Tourism Development Authority ยอมรับว่าอุปสงค์จากต่างประเทศจะไม่สามารถกลับมาสู่ภาวะปกติได้ในปีนี้ โดยเธอก่าวกับ Skift ว่าตลาดเพื่อนบ้านบางแห่งอาจกลับมาได้ตั้งแต่ไตรมาสที่ 1 แต่ตลาดอื่นๆ เช่น เยอรมนี อาจต้องรอจนถึงไตรมาส 4 ของปีหน้า เนื่องจากกลุ่มนักท่องเที่ยว 10 ถึง 15เปอร์เซ็นต์สุดท้ายมักใช้เวลานานในการตัดสินใจกลับมาเยือน ประกอบกับประกาศคำเตือนการเดินทางที่ส่งผลกระทบเชิงลบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ด้าน Saurabh Tiwari รองประธานของ Indian Hotels Company Limited (IHCL) ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า แม้การฟื้นตัวจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว แต่ธุรกิจจะไม่สามารถกลับไปเทียบเท่าระดับรายได้ของปี 2024-2025 ได้จนกว่าจะถึงช่วงไตรมาส 4 ของปี 2027 ขณะที่สถิติล่าสุดจากหน่วยงานการท่องเที่ยวดูไบ ซึ่งมีการเปิดเผยข้อมูลอย่างเป็นทางการครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนมกราคม ระบุว่ามีนักท่องเที่ยวต่างชาติพักค้างคืนจำนวน 6.97 ล้านคนในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2026 ลดลงจากระดับ 12.54 ล้านคนในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า ส่วนอัตราการเข้าพักในเดือนสิงหาคมอยู่ที่ 66% เทียบกับ 78.5% ในปีก่อน
การที่ตลาดโรงแรมในยูเออีต้องเลื่อนเป้าการฟื้นตัวออกไปถึงปี 2027 สะท้อนให้เห็นถึงโครงสร้างการท่องเที่ยวที่พึ่งพานักท่องเที่ยวระยะไกลจากฝั่งตะวันตกค่อนข้างสูง เมื่อเผชิญกับปัจจัยกดดันด้านภูมิรัฐศาสตร์และคำเตือนการเดินทาง (Travel Advisories) ผู้ประกอบการจึงเลือกที่จะรักษาระดับราคาห้องพักเอาไว้แทนที่จะลดราคาลงอย่างรุนแรงเหมือนช่วงวิกฤตที่ผ่านมา เพื่อป้องกันไม่ให้มูลค่าแบรนด์เสียหายระยะยาว แม้จะต้องแลกกับการฟื้นตัวที่ช้าลงก็ตาม
"เราคาดว่าการฟื้นตัวเต็มรูปแบบของปริมาณการเดินทางจากยุโรปและสหรัฐฯ จะเกิดขึ้นในไตรมาสที่สองของปี 2027"
Victor Abou-Ghanem ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Story Hospitality
นอกจากนี้ พฤติกรรมการจองห้องพักในปัจจุบันได้หดสั้นลงเหลือเพียงประมาณสองสัปดาห์สำหรับโรงแรมในเขตเมือง แม้ว่ายอดใช้จ่ายต่อหัวของนักท่องเที่ยวจะยังคงทรงตัวอยู่ก็ตาม ประกอบกับการเติบโตของนักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดใกล้ ได้แก่ ตลาดภายในประเทศ ภูมิภาคอ่าวอาหรับ ตลาดอินเดีย จีน รัสเซีย และกลุ่มประเทศ CIS ยังไม่สามารถชดเชยการหายไปของนักท่องเที่ยวจากยุโรปและสหรัฐฯ ที่ชะลอตัวลงอย่างรวดเร็วได้ทั้งหมด
ที่มา: Skift
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น