ไทยเที่ยวไทยพลัส: เคล็ดลับวางแผนเที่ยว 3 วัน 2 คืน
เจาะลึกโครงการ ไทยเที่ยวไทยพลัส รัฐช่วยจ่ายสูงสุด 2,000 บาทต่อคืน พร้อมแจกเทคนิคจัดทริป 3 วัน 2 คืน ประหยัดงบได้ถึง 4,000 บาท

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- โครงการ ไทยเที่ยวไทยพลัส ใช้ระบบ Co-payment ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง
- รัฐช่วยสนับสนุนค่าที่พักสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาทต่อคืน ใช้ได้สูงสุด 5 สิทธิ์
- เที่ยวเมืองรองรับคูปอง E-Coupon มูลค่า 2,000 บาท/สิทธิ์ มากกว่าเมืองหลัก
- ผู้มีสิทธิ์ต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทย อายุ 18 ปีขึ้นไป และยืนยันตัวตนแล้ว
การท่องเที่ยวในประเทศกำลังจะคุ้มค่ายิ่งขึ้นด้วยมาตรการร่วมจ่ายจากภาครัฐผ่านโครงการ ไทยเที่ยวไทยพลัส ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการทั้งในเมืองหลักและเมืองรองทั่วประเทศไทย โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนที่มีสิทธิ์สามารถเข้าถึงเงินสนับสนุนเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางจริงได้อย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับสิทธิประโยชน์หลักของโครงการนี้ รัฐบาลจะช่วยสนับสนุนค่าที่พักสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาทต่อคืน โดยผู้ใช้สิทธิ์จะต้องจ่ายส่วนต่างที่เหลือ และสามารถใช้สิทธิ์ได้สูงสุด 5 สิทธิ์ต่อคน นอกจากนี้ยังครอบคลุมถึงค่าใช้จ่ายในหมวดหมู่อาหาร คาเฟ่ บริการนวดและสปา รถเช่า รวมถึงแพ็กเกจทัวร์ ซึ่งรัฐจะออกให้ 50% และประชาชนออกให้อีก 50% ผ่านระบบดิจิทัล

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
เงื่อนไขที่น่าสนใจคือความแตกต่างระหว่างการเดินทางไปเมืองหลักและเมืองรอง โดยหากเลือกเดินทางไปเที่ยวเมืองหลักจะได้รับคูปองมูลค่า 1,500 บาทต่อสิทธิ์ แต่หากเลือกจุดหมายปลายทางเป็นเมืองรอง เช่น น่าน, แพร่, ลำปาง, นครพนม หรือพัทลุง จะได้รับมูลค่าคูปอง E-Coupon สูงสุดถึง 2,000 บาท ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายรายวันได้มากกว่าอย่างชัดเจน
การใช้มาตรการ Co-payment ในลักษณะนี้ไม่เพียงช่วยกระตุ้นการตัดสินใจเดินทางของประชาชนในช่วงที่เศรษฐกิจต้องการแรงหนุน แต่ยังเป็นการกระจายเม็ดเงินไปยังผู้ประกอบการรายย่อยและชุมชนท้องถิ่นโดยตรง ซึ่งแตกต่างจากการอุดหนุนแบบเดิมเพราะเน้นให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยในชีวิตประจำวันจริงๆ เช่น ร้านอาหารท้องถิ่นและบริการนวดแผนไทย
คุณสมบัติของผู้ที่จะได้รับสิทธิ์ในโครงการนี้กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า จะต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทยที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป มีบัตรประชาชนตัวจริง และได้ดำเนินการยืนยันตัวตนรูปแบบ KYC บนแอปพลิเคชันเป๋าตังเรียบร้อยแล้วก่อนเริ่มใช้งานสิทธิ์
เพื่อให้เห็นภาพการประหยัดงบอย่างชัดเจน ตัวอย่างการคำนวณงบประมาณสำหรับทริป 3 วัน 2 คืน สำหรับ 2 คน มีรายละเอียดดังนี้:
- ที่พักเมืองรอง 2 คืน ราคาปกติ 4,000 บาท จ่ายจริง 2,000 บาท ประหยัด 2,000 บาท
- ค่าอาหาร คาเฟ่ และสปา ราคาปกติ 4,000 บาท จ่ายจริง 2,000 บาท ประหยัด 2,000 บาท
- ค่าเดินทางและรถเช่า ราคาปกติและจ่ายจริง 2,000 บาท ประหยัด 0 บาท
- รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดจากราคาปกติ 10,000 บาท เหลือจ่ายจริงเพียง 6,000 บาท เซฟเงินในกระเป๋าไปได้ถึง 4,000 บาทถ้วน
เทคนิคสำคัญในการจัดทริปให้คุ้มค่าที่สุดมีดังนี้:
- เลือกที่พักราคาแตะเพดานส่วนลด โดยหาโรงแรมหรือโฮมสเตย์ราคาคืนละ 1,500 ถึง 2,000 บาท เพื่อใช้สิทธิ์ส่วนลด 50% ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย
- ใช้ E-Coupon กับร้านค้าท้องถิ่นตลอดทั้งวันเพื่อตัดงบค่าอาหารและของฝากไปครึ่งหนึ่ง
- จองล่วงหน้าในช่วงเปิดระบบเพราะสิทธิ์มีจำนวนจำกัด และตรวจสอบช่วงเวลาที่โครงการกำหนดเว้นว่าง เช่น ช่วงเทศกาลปีใหม่
ที่มา: Thairath Lifestyle
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น