อัครนันท์ชูกลยุทธ์เชิงรุก ลุยศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ ปกป้องครู-เด็ก
นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รมช.ศึกษาธิการ นั่งประธานประชุมศูนย์พิทักษ์สิทธิ เสรีภาพ และความปลอดภัย นัดแรก มุ่งป้องกันเหตุก่อนเกิดความเสี่ยง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- อัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ นั่งประธานประชุมศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ นัดแรก
- ประกาศเปลี่ยนผ่านสู่การทำงานเชิงรุก มุ่งป้องกันเหตุก่อนเกิดปัญหา
- เน้นบูรณาการหน่วยงานร่วมมือแก้ปัญหาให้ประชาชนอย่างรวดเร็ว
- ชี้ตัวชี้วัดความสำเร็จคือปัญหาต้องลดลงและประชาชนได้รับความช่วยเหลือจริง
กระทรวงศึกษาธิการเดินหน้ายกระดับความปลอดภัยในสถานศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม โดยเมื่อเร็ว ๆ นี้ นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้รับหน้าที่เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการศูนย์พิทักษ์สิทธิ เสรีภาพ และความปลอดภัย เป็นนัดแรก เพื่อกำหนดทิศทางและวางกรอบการดำเนินงานให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น
การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อให้กลไกของศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ สามารถขับเคลื่อนการทำงานได้อย่างแท้จริง ไม่เป็นเพียงแค่โครงสร้างในระดับนโยบายเท่านั้น แต่ต้องมีความพร้อมตั้งแต่ขั้นตอนการรับเรื่องร้องเรียน การประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การแก้ไขปัญหา ไปจนถึงการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าทุก ๆ ปัญหาจะได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด
"สิ่งที่ผมอยากเห็นจากการทำงานของศูนย์แห่งนี้ คือเหตุการณ์ต่าง ๆ ต้องลดลง และปลายทางของเราต้องเป็นศูนย์ ไม่ใช่ปล่อยให้เกิดปัญหาแล้วค่อยตามแก้ แต่ต้องทำอย่างไรให้ปัญหาไม่เกิดขึ้นตั้งแต่ต้น"
นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้เน้นย้ำในที่ประชุมว่า การทำงานในรูปแบบเดิม ๆ ที่เน้นการตั้งรับต้องถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นเชิงรุก เพื่อไม่ให้ครูและนักเรียนต้องตกอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย โดยเป้าหมายสูงสุดคือการลดจำนวนเหตุการณ์ความไม่ปลอดภัยให้เหลือน้อยที่สุด หรือลดลงจนเป็นศูนย์
การขับเคลื่อนศูนย์พิทักษ์สิทธิ เสรีภาพ และความปลอดภัยในกระทรวงศึกษาธิการสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการแก้ปัญหาความรุนแรงและอุบัติเหตุในโรงเรียน ซึ่งที่ผ่านมามักเผชิญกับอุปสรรคเรื่องความล่าช้าในการประสานงานระหว่างหน่วยงาน การบูรณาการฐานข้อมูลและการมีเจ้าภาพหลักที่ชัดเจนจึงเป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันปัญหาเชิงระบบ ไม่ว่าจะเป็นความปลอดภัยของครูหรือนักเรียน
นอกจากนี้ นายอัครนันท์ยังได้กล่าวถึงตัวชี้วัดความสำเร็จของการทำงานว่า ไม่ได้วัดกันที่จำนวนครั้งของการจัดประชุมหรือปริมาณเอกสารที่ผลิตออกมา แต่ต้องวัดจากความรวดเร็วในการช่วยเหลือประชาชน ปัญหาที่ลดลงจริง และความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อภาครัฐ
ท้ายที่สุด รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้ขอความร่วมมือให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องผนึกกำลังทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ เนื่องจากภารกิจด้านการพิทักษ์สิทธิและเสรีภาพไม่สามารถสำเร็จลุล่วงได้ด้วยการทำงานของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเพียงลำพัง
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น