ข้ามไปเนื้อหาหลัก

ปรากฏการณ์เอลนีโญกับโอกาสเกิดหิมะตกในฤดูหนาวของสหราชอาณาจักร

บีบีซีวิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อมวิเคราะห์ความเชื่อมโยงของปรากฏการณ์เอลนีโญและสภาพอากาศ พร้อมไขข้อสงสัยว่าฤดูหนาวนี้สหราชอาณาจักรจะมีหิมะตกหรือไม่

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
15 Sep 2026ที่มา: BBC Science & Environment2 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
ปรากฏการณ์เอลนีโญกับโอกาสเกิดหิมะตกในฤดูหนาวของสหราชอาณาจักร

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • สำนักข่าวบีบีซีเผยแพร่วิดีโอเจาะลึกสภาพอากาศ
  • ไขข้อสงสัยผลกระทบเอลนีโญต่อฤดูหนาวสหราชอาณาจักร
  • ติดตามแนวโน้มปริมาณหิมะและสภาพภูมิอากาศโลก

คำถามสำคัญที่หลายคนจับตามองในรอบปีนี้คือ ปรากฏการณ์เอลนีโญจะมีส่วนทำให้ฤดูหนาวในสหราชอาณาจักรมีหิมะตกโปรยปรายลงมามากน้อยเพียงใด โดยสำนักข่าวบีบีซีฝ่ายวิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อมได้นำเสนอรายงานพิเศษผ่านวิดีโอความยาว 50 วินาที เพื่ออธิบายกลไกทางธรรมชาติที่ซับซ้อนนี้

ความเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกมักสร้างแรงกระเพื่อมต่อระบบหมุนเวียนอากาศทั่วโลก นักอุตุนิยมวิทยาจึงต้องวิเคราะห์ข้อมูลย้อนหลังและโมเดลจำลองสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินว่ากระแสลมหนาวและอุณหภูมิที่ลดต่ำลงจะเพียงพอต่อการเกิดหิมะสะสมในภูมิภาคยุโรปตะวันตกและสหราชอาณาจักรหรือไม่

ปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Niño) เกิดจากการอุ่นขึ้นของอุณหภูมิน้ำทะเลบริเวณผิวน้ำในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อน ซึ่งส่งผลกระทบลูกโซ่ต่อกระแสลมกรด (Jet Stream) และรูปแบบฝนทั่วโลก สำหรับสหราชอาณาจักร เอลนีโญมักไม่ได้หมายความว่าจะเกิดหิมะตกหนักเสมอไป เนื่องจากปัจจัยทางภูมิอากาศในแถบมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือและขั้วโลกเหนือ (Arctic Oscillation) มีอิทธิพลต่อความหนาวเย็นในพื้นที่โดยตรงมากกว่า

ในรายงานชิ้นดังกล่าว บีบีซีไม่ได้มีเพียงแค่ประเด็นเรื่องเอลนีโญเท่านั้น แต่ยังมีการรวบรวมวิดีโอข่าวเด่นในหลากหลายประเด็นรอบโลก ไม่ว่าจะเป็นปรากฏการณ์เต่าทะเลนับพันตัวขึ้นมาวางไข่บนชายหาดประเทศเม็กซิโก การสรุปไฮไลต์งานประกาศรางวัลเอ็มมีประจำปี 2026 รวมถึงประเด็นร้อนเรื่องปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอกับความท้าทายในการควบคุมการใช้งาน

นอกจากนี้ยังมีรายงานสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนบริเวณพรมแดนโปแลนด์ รวมถึงความเคลื่อนไหวของศิลปินชื่อดังอย่างเซลีน ดิออน ก่อนการแสดงคอนเสิร์ตใหญ่ที่กรุงปารีส ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายของข่าวสารที่สำนักข่าวระดับโลกเกาะติดในรอบสัปดาห์นี้

ที่มา: BBC Science & Environment

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้