OpenAI, Anthropic และ Google เจรจาเรื่องความปลอดภัย AI
คริส เลฮาน หัวหน้าฝ่ายนโยบายโลกของ OpenAI เผยบริษัทคู่แข่งหารือร่วมกันมานานหลายสัปดาห์เพื่อรับมือความเสี่ยงขั้นวิกฤตจากปัญญาประดิษฐ์

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- OpenAI, Anthropic และ Google เจรจาเรื่องความปลอดภัย AI ร่วมกันมานานหลายสัปดาห์
- ดาริโอ อะโมเดร ซีอีโอ Anthropic เรียกร้องให้ชะลอความเร็วปัญญาประดิษฐ์ล้ำสมัย
- คริส เลฮาน ระบุบริษัทไม่ต้องพึ่งพาข้อยกเว้นจากรัฐบาลในการประสานงานด้านนี้
- แซม อัลท์แมน เผย OpenAI พร้อมเปิดรับผู้ประเมินภายนอกเข้าตรวจสอบความปลอดภัย
สามยักษ์ใหญ่แห่งวงการปัญญาประดิษฐ์อย่าง OpenAI, Anthropic และ Google DeepMind ได้เปิดฉากเจรจาร่วมกันในเรื่องความปลอดภัยมาเป็นเวลาหลายสัปดาห์แล้ว โดย คริส เลฮาน หัวหน้าฝ่ายนโยบายโลกของ OpenAI ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันอัปดาห์ที่ผ่านมา ยืนยันถึงความร่วมมือที่เกิดขึ้นท่ามกลางความพยายามในการหารือกับสมาชิกรัฐสภาสหรัฐฯ เพื่อแก้ไขปัญหาความเสี่ยงระดับมหันต์ที่อาจเกิดขึ้นจากเทคโนโลยีดังกล่าว
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นตามหลังบทความของ ดาริโอ อะโมเดร ซีอีโอของ Anthropic ที่เผยแพร่เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยเรียกร้องให้ภาคอุตสาหกรรมร่วมมือกันชะลอความเร็วในการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ระดับแนวหน้า เพื่อหลีกเลี่ยงภัยพิบัติที่อาจตามมา ผู้นำเทคโนโลยีหลายรายไม่ว่าจะเป็น แซม อัลท์แมน จาก OpenAI, เดมิส ฮัสซาบิส จาก Google และ อีลอน มัสก์ จาก SpaceXAI ต่างออกมาสนับสนุนจดหมายเปิดผนึกและเสียงเรียกร้องนี้ โดยอัลท์แมนระบุว่า OpenAI จะเข้าร่วมกับ Anthropic ในการนำผู้ประเมินภายนอกเข้ามาฝังตัวในบริษัทเพื่อตรวจสอบความปลอดภัย

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
แม้ว่าการประสานงานดังกล่าวอาจเสี่ยงต่อการละเมิดกฎหมายต่อต้านการผูกขาดหากมองว่าเป็นการจำกัดการแข่งขัน แต่อะโมเดรเคยเสนอให้มีข้อยกเว้นจากรัฐบาลเพื่อให้สามารถร่วมมือด้านความปลอดภัยได้ อย่างไรก็ตาม เลฮานระบุว่าบริษัทต่างๆ ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาข้อยกเว้นนั้นแต่อย่างใด ก่อนหน้านี้มีรายงานว่าทั้งสามบริษัทกำลังร่วมมือกันจัดตั้งองค์กรมาตรฐานสำหรับอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งอัลท์แมนระบุว่าอาจต้องเกิดขึ้นโดยไม่มีการสนับสนุนจากรัฐบาลสหรัฐฯ
การที่บริษัทผู้พัฒนา AI ชั้นนำหันมาร่วมมือกันเองถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือด เนื่องจากประเด็นด้านความปลอดภัยระดับแนวหน้ามักถูกมองว่าเป็นความลับทางการค้า การสร้างมาตรฐานกลางหรือการเปิดให้บุคคลภายนอกเข้าตรวจสอบจึงเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความโปร่งใส ท่ามกลางเสียงสะท้อนจากฝ่ายการเมืองที่มองต่างมุมกันในเรื่องมาตรการกำกับดูแล
ในฝั่งของรัฐบาล ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ปฏิเสธข้อกังวลด้านความปลอดภัยโดยมองว่าเป็นเรื่องเกินจริง และคัดค้านการออกกฎระเบียบที่เข้มงวดเกินไป เนื่องจากเกรงว่าจะทำให้สหรัฐฯ เสียเปรียบประเทศจีนในการแข่งขันด้านเทคโนโลยี ขณะที่ เดวิส ซัคส์ ที่ปรึกษาด้านปัญญาประดิษฐ์ของทรัมป์และนักลงทุนในอุตสาหกรรมนี้ ก็แสดงความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่าความกลัวต่อความเสี่ยงที่มีต่อมนุษยชาติเป็นเรื่องที่ตีโพยตีพายจนเกินเหตุ
อย่างไรก็ดี ในการประชุมวันเดียวกัน เลฮานกล่าวเพิ่มเติมว่า OpenAI ให้การสนับสนุนบทบัญญัติในกฎหมาย FRONTIER Act ซึ่งจะบังคับให้ห้องปฏิบัติการปัญญาประดิษฐ์ระดับแนวหน้าต้องยินยอมให้องค์กรตรวจสอบอิสระเข้ามาตรวจสอบภายในบริษัท เพื่อให้มั่นใจว่าโมเดลต่างๆ ถูกพัฒนาขึ้นอย่างปลอดภัย
ที่มา: TechCrunch
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น