Powerwall 2026: สตูดิโอ RAP สร้างงานเซรามิก 3D พิมพ์ลายสนามแม่เหล็ก
สตูดิโอ RAP และ Powerhouse Company เนรมิตอาคารสถานีไฟฟ้าแรงสูง 150 kV ในเมืองเบเฟอร์ไวก์ ประเทศเนเธอร์แลนด์ ด้วยกระเบื้องเซรามิกพิมพ์ 3 มิติ 322 แผ่น

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Powerwall เป็นงานศิลปะเซรามิกพิมพ์ 3 มิติขนาด 40 ตารางเมตรบนผนังอาคารสถานีไฟฟ้าแรงสูง
- ออกแบบโดย Studio RAP ร่วมกับ Powerhouse Company สำหรับผู้ดำเนินกิจการ TenneT
- ประกอบด้วยกระเบื้องเซรามิกที่ไม่ซ้ำกันเลยจำนวน 322 แผ่น ผลิตจากเวิร์กช็อปในร็อตเตอร์ดัม
- เคลือบด้วยสีเทอร์คอยส์โปร่งแสงเพื่อสะท้อนแสงและเงาตามทิศทางของแสงอาทิตย์
สตูดิโอออกแบบ Studio RAP ได้ร่วมมือกับสำนักงานสถาปนิก Powerhouse Company เพื่อสร้างสรรค์ผลงานศิลปะสถาปัตยกรรมชิ้นใหม่บนอาคารสถานีไฟฟ้าแรงสูงขนาด 150 กิโลโวลต์ ในเมืองเบเฟอร์ไวก์ ประเทศเนเธอร์แลนด์ โดยผลงานที่มีชื่อว่า Powerwall นี้ถูกออกแบบขึ้นให้กับ TenneT ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน โครงการดังกล่าวตั้งอยู่ในพื้นที่ที่กำลังมีการพัฒนาเมืองใหม่ เพื่อเปลี่ยนผ่านย่านอุตสาหกรรมเดิมให้กลายเป็นย่านที่อยู่อาศัย พื้นที่ทำงาน และพื้นที่สาธารณะที่มีความเชื่อมโยงกับริมน้ำมากยิ่งขึ้น
อาคารสถานีไฟฟ้านี้ถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนหลักเพื่อให้สอดคล้องกับฟังก์ชันการใช้งาน โดยอาคารอิฐทรงสูงจะบรรจุระบบติดตั้งทางไฟฟ้าหลักเอาไว้ ขณะที่อาคารโลหะทรงเตี้ยกว่าจะรองรับฟังก์ชันรอง เสริมด้วยระแนงโลหะที่มีความโค้งมนช่วยเชื่อมโยงองค์ประกอบทั้งสองส่วนเข้าด้วยกัน และสร้างมิติของเงาที่เปลี่ยนไปตามตำแหน่งของดวงอาทิตย์ในแต่ละวัน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
หัวใจสำคัญของโครงการนี้คือ Powerwall ซึ่งเป็นงานประติมากรรมนูนต่ำบนผนังอิฐ แรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากสนามแม่เหล็กไฟฟ้าที่มองไม่เห็นซึ่งเกิดขึ้นจากอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในอาคาร ผ่านการใช้การออกแบบเชิงคำนวณ (computational design) สตูดิโอ RAP ได้ผลิตกระเบื้องเซรามิกพิมพ์ 3 มิติ จำนวน 322 แผ่นที่ไม่ซ้ำแบบกันเลย เพื่อประกอบกันเป็นผนังนูนขนาด 8 คูณ 5 เมตร กระเบื้องทุกแผ่นถูกขึ้นรูปด้วยหุ่นยนต์พิมพ์ดินเหนียวในเวิร์กช็อปที่เมืองร็อตเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์
"Powerwall translates the movement of electromagnetic fields into a continuous ceramic landscape of lines, folds, and changing depths."
Studio RAP
หลังจากผ่านกระบวนการเผา กระเบื้องทั้งหมดจะถูกเคลือบด้วยผิวสีเทอร์คอยส์แบบโปร่งแสง ซึ่งเนื้อสีจะไหลไปกองรวมกันตามร่องและส่วนเว้าลึกของลวดลาย ช่วยขับเน้นมิติสามมิติของพื้นผิวให้โดดเด่นยิ่งขึ้น เมื่อแสงอาทิตย์ส่องกระทบในมุมที่แตกต่างกันไปตลอดวัน ปฏิกิริยาของแสงและเงาจะทำให้ลวดลายเส้นสายและความลึกบนผิวเซรามิกเปลี่ยนแปลงไปอย่างต่อเนื่อง ช่วยลดความแข็งกระด้างของอาคารโครงสร้างพื้นฐานให้อยู่ร่วมกับชุมชนรอบข้างได้อย่างกลมกลืน
การนำเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติด้วยหุ่นยนต์ (robotic 3D clay printing) มาประยุกต์ใช้กับงานโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่อย่างสถานีไฟฟ้า ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าสถาปัตยกรรมเชิงอุตสาหกรรมไม่จำเป็นต้องมีหน้าตาเรียบเฉยน่าเบื่อเสมอไป การผสานงานฝีมือดิจิทัล (digital craftsmanship) เข้ากับวัสดุเซรามิกช่วยให้สถาปนิกสามารถสร้างลวดลายที่มีความซับซ้อนสูงและตอบสนองต่อบริบททางกายภาพของเมืองที่กำลังเติบโตได้เป็นอย่างดี
ที่มา: designboom
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น