เจาะลึกเส้นกรอบกระจก พระสมเด็จวัดระฆังฯ พิมพ์ใหญ่
ไขปริศนาเส้นเงินล้านในพระสมเด็จวัดระฆังฯ พิมพ์ใหญ่ ตามหลักการแกะแม่พิมพ์หินสบู่ของกรมศิลปากรและทัศนียภาพตะวันตก

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- เส้นกรอบกระจกในพระสมเด็จวัดระฆังฯ มีที่มาจากการขีดเส้นแกนบนแม่พิมพ์หินสบู่
- พิมพ์ทรงใหญ่มีความพิเศษตรงเส้นกรอบด้านซ้ายจมหายไปกับเส้นซุ้มตามหลักทัศนียภาพ
- การออกแบบกรอบช่วยให้มวลสารเรียบแน่นและคมชัด รวมถึงใช้เป็นแนวตัดขอบพระได้
เรื่องราวของพระสมเด็จวัดระฆังฯ พระเครื่องยอดนิยมอันดับหนึ่งของเมืองไทย มักจะมีรายละเอียดทางศิลปะที่ผู้สะสมต่างให้ความสนใจศึกษา โดยเฉพาะประเด็นเรื่องเส้นกรอบบังคับพิมพ์ หรือที่เรียกกันติดปากว่าเส้นกรอบกระจก ซึ่งปรากฏอยู่บนพระสมเด็จฯ ทุกพิมพ์ทรง แต่อะไรคือเหตุผลที่ช่างโบราณต้องออกแบบเส้นเหล่านี้ขึ้นมา และเพราะเหตุใดพระสมเด็จวัดระฆังฯ พิมพ์ทรงใหญ่จึงมีความแตกต่างจากพิมพ์อื่นอย่างสิ้นเชิง
หากอ้างอิงจากเอกสารวิชาการเรื่องการแกะแม่พิมพ์หินสบู่ ของศูนย์ศิลปะและการช่างไทย สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ที่เผยแพร่เมื่อปี พ.ศ. 2554 ได้อธิบายถึงขั้นตอนการแกะลวดลายลงบนหินสบู่ เริ่มจากการร่างแบบเขียนสดโดยใช้ปลายเหล็กแหลมหรือสิ่วขีดเส้นแกนแนวตั้งและแนวนอนบนผิวหิน เริ่มจากเส้นนอกสุดเป็นเค้าโครงก่อนจะขูดเป็นร่องตามเส้นที่ร่างไว้

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
กระบวนการแกะแม่พิมพ์นี้ สอดคล้องกับงานประติมากรรมของช่างทองหลวงผู้มีความเชี่ยวชาญการแกะชิ้นงานขนาดเล็ก โดยในทุกบล็อกแม่พิมพ์จะต้องมีการขูดเส้นกรอบกระจกเพื่อกำหนดพื้นที่แกะ เช่น ในพิมพ์ทรงฐานแซม เส้นกรอบนี้จะบางและตื้นเนื่องจากเป็นพิมพ์แรกๆ ก่อนที่พิมพ์ต่อมาจะมีความชัดเจนขึ้น
ลักษณะทั่วไปของเส้นกรอบกระจกมักเป็นเส้นนูนต่ำรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าทรงสูงครอบเส้นซุ้มผ่าหวายเอาไว้ พื้นผนังด้านนอกและด้านในมักต่างระดับกัน โดยด้านนอกจะต่ำกว่า แต่สำหรับพิมพ์ทรงใหญ่นั้นมีความพิเศษแตกต่างจากพิมพ์อื่นอย่างเห็นได้ชัด
"แทนที่จะแล่นเป็นเส้นนูนจากบนลงล่าง จนชิดกับเส้นซุ้ม เหมือนกับพิมพ์อื่นๆ แต่กลับแล่นลงมาในระดับเดียวกับข้อศอกองค์พระ แล้วจมหายไปกับเส้นซุ้ม"
ผู้เชี่ยวชาญพระสมเด็จฯ
ลักษณะพิเศษนี้เองที่ผู้เชี่ยวชาญเรียกว่าเส้นเงินล้าน ซึ่งศาสตร์แห่งพระสมเด็จเคยนำเสนอว่าเกิดจากการผสมผสานองค์ความรู้ศิลปกรรมตะวันตกเรื่องทัศนียภาพ โดยช่างจินตนาการมุมมองจากการนั่งบนพื้นพระอุโบสถมองไปทางซ้าย ทำให้เส้นกรอบบนและล่างเอียงเข้าหากันตามจุดรวมสายตา
การนำหลักทัศนียภาพหรือ Perspective มาใช้ในงานศิลปะไทยโบราณถือเป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงถึงวิสัยทัศน์และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมในยุคอดีต แม้ช่างไทยจะสร้างสรรค์พระเครื่องเพื่อการบูชา แต่ความใส่ใจในมิติทางสายตาและสัดส่วนทำให้พุทธศิลป์มีความสมจริงและมีเอกลักษณ์ทางโครงสร้างที่ยากจะเลียนแบบ
นอกจากนี้ เส้นกรอบกระจกยังมีส่วนช่วยให้พื้นผิวด้านหน้าองค์พระเรียบแน่นเป็นพิเศษ เนื่องจากแรงกดในการปั๊มมวลสารถูกกั้นและกระจายตัวจากกรอบรอบด้าน ทำให้องค์พระมีความคมชัดสูง อีกทั้งยังใช้เป็นแนวในการตัดขอบพระ ซึ่งอาจเป็นการตัดจากด้านหลังไปด้านหน้าหรือตัดขณะยังไม่แกะพระออกจากแม่พิมพ์ตามมุมมองของครูบาอาจารย์รุ่นเก่า
ที่มา: Thairath Lifestyle
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น