แสวงแจงปมเลือก สว. ยัน กกต. ไม่นิ่งนอนใจ-นั่งรถคันเดียวกันไม่ผิด
นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. แจงปมเลือก สว. ที่รัฐสภา ยันรวบรวมเอกสารไว้ครบถ้วน ชี้ผู้สมัครร่วมเดินทางและนอนโรงแรมเดียวกันไม่ผิดกฎหมายหลังระเบียบถูกยกเลิก

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- กกต. ยืนยันไม่ได้นิ่งนอนใจต่อประเด็นการเลือก สว. และเก็บรักษาเอกสารไว้ทั้งหมด
- แจงผู้สมัครนั่งรถคันเดียวกันและนอนโรงแรมเดียวกันไม่ผิดกฎหมายหลังระเบียบแนะนำตัวถูกยกเลิก
- กรวีร์จี้สอบเอกสารหลุดและซัดการทำงานของเจ้าหน้าที่ว่ามีความสะเพร่า
- พริษฐ์ซักถามประเด็นคลิปโรงแรมบีทู ด้าน กกต. เผยพร้อมตั้งสอบหากมีข้อมูลใหม่นอกสำนวน
เมื่อวันที่ 16 ก.ย. 2569 เวลา 16.55 น. ที่รัฐสภา นายแสวง บุญมีเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกมาแถลงชี้แจงถึงข้อสงสัยเกี่ยวกับการป้องกันการทุจริตในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดยยืนยันว่าทางสำนักงาน กกต. ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อปัญหาที่เกิดขึ้น และได้ทำการเก็บรวบรวมเอกสารที่เกี่ยวข้องไว้ทั้งหมดแล้ว
นายแสวงระบุว่า เดิมทีทาง กกต. ตระหนักว่าการที่กลุ่มคนเข้ามาอยู่รวมกันเป็นจำนวนมากเพื่อมุ่งหวังเป็น สว. อาจดำเนินการเกินกว่าเจตนารมณ์ของกฎหมาย จึงได้เคยออกระเบียบการแนะนำตัวให้พิจารณาจากเอกสาร สว.3 เท่านั้น โดยไม่อนุญาตให้มีการขอคะแนนเสียงโดยตรง แต่ให้ผู้มีสิทธิอ่านจากประวัติเพื่อพิจารณาความเหมาะสม รวมถึงมีการกำหนดข้อห้ามเด็ดขาดเกี่ยวกับการนำโพยเข้าห้องเลือกตั้ง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
อย่างไรก็ตาม เลขาธิการ กกต. ได้อธิบายถึงจุดเปลี่ยนสำคัญว่า สุดท้ายแล้วระเบียบการแนะนำตัวดังกล่าวถูกยกเลิกไป เนื่องจากหากมีการยื่นอุทธรณ์ต่อจะทำให้กระบวนการเลือก สว. ต้องถูกขยายเวลาออกไปอีก ส่งผลให้ในแง่ของสิทธิและเสรีภาพ ผู้สมัครที่มาจากกลุ่มอาชีพเดียวกันจึงสามารถนั่งรถยนต์คันเดียวกันมา หรือแม้กระทั่งการเข้าพักร่วมโรงแรมเดียวกัน สามารถกระทำได้โดยไม่ผิดกฎหมายเพราะระเบียบแนะนำตัวถูกยกเลิกไปแล้ว
ประเด็นเรื่องระเบียบการแนะนำตัวและข้อจำกัดในการเลือก สว. ถือเป็นหนึ่งในข้อถกเถียงสำคัญทางกฎหมายการเลือกตั้งของไทย เนื่องจากกระบวนการได้มาซึ่ง สว. ชุดปัจจุบันถูกออกแบบให้อยู่ภายใต้กรอบการเลือกกันเองภายในกลุ่มอาชีพ ทำให้เส้น2แบ่งระหว่างการประสานงานเพื่อแนะนำตัวตามสิทธิกับการจัด1ตั้งกลุ่มก้อนหรือฮั้วคะแนนมีความคาบเกี่ยวกันสูง การที่ระเบียบควบคุมบางข้อถูกยกเลิกจึงสร้างช่องว่างในทางปฏิบัติที่ต้องอาศัยการตรวจสอบข้อเท็จจริงรายกรณีจากพยานหลักฐานอื่นแทน
ในฝั่งของผู้แทนราษฎร นายกรวีร์ ได้ลุกขึ้นจี้สอบถามถึงกรณีเอกสารหลุด พร้อมทั้งวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่ามีความสะเพร่า ขณะเดียวกัน นายพริษฐ์ ได้ยิงคำถามต่อเนื่องถึงประเด็นคลิปวิดีโอจากโรงแรมบีทู
ในส่วนข้อซักถามเรื่องคลิปดังกล่าว ทางตัวแทน กกต. ได้ชี้แจงกลับว่า หากมีข้อมูลหรือพยานหลักฐานใหม่ที่ไม่อยู่ในสำนวนเดิม ทางสำนักงาน กกต. สามารถดำเนินการพิจารณาตั้งเรื่องสอบสวนเพิ่มเติมได้ทัน เพื่อให้กระบวนการตรวจสอบมีความโปร่งใสที่สุด
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น