ข้ามไปเนื้อหาหลัก

May Mobility จ่อเข้าตลาดหุ้นด้วยดีล SPAC มูลค่า 1.4 พันล้านดอลลาร์

บริษัทรถยนต์ไร้คนขับ May Mobility ควบรวมกิจการเตรียมเข้าซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ผ่านดีล SPAC มูลค่า 1.4 พันล้านดอลลาร์ คาดระดมทุนได้กว่า 300 ล้านดอลลาร์

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
17 Sep 2026ที่มา: TechCrunch3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
May Mobility จ่อเข้าตลาดหุ้นด้วยดีล SPAC มูลค่า 1.4 พันล้านดอลลาร์

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • May Mobility เตรียมเข้าตลาดหุ้นสหรัฐฯ ผ่านดีล SPAC มูลค่า 1.4 พันล้านดอลลาร์
  • บริษัทตั้งเป้าระดมทุนเพิ่มมากกว่า 300 ล้านดอลลาร์เพื่อขยายธุรกิจ
  • ชูจุดเด่นการเป็นบริษัทรถยนต์ไร้คนขับเพื่อการโดยสาร (Robotaxi) แท้ๆ รายแรกในสหรัฐฯ

May Mobility บริษัทพัฒนาเทคโนโลยีรถยนต์ไร้คนขับ ประกาศแผนการควบรวมกิจการกับบริษัทเพื่อการเข้าซื้อกิจการโดยเฉพาะ หรือ SPAC ซึ่งจะทำให้บริษัทก้าวขึ้นเป็นบริษัทมหาชนที่ซื้อขายในตลาดหุ้นอย่างเป็นทางการ การทำธุรกรรมครั้งนี้คาดว่าจะสามารถระดมเงินทุนได้มากกว่า 300 ล้านดอลลาร์ และประเมินมูลค่ากิจการของบริษัทไว้ที่ 1.4 พันล้านดอลลาร์ ตามการเปิดเผยของบริษัทเมื่อวันพุธที่ผ่านมา

เมื่อกระบวนการควบรวมกิจการเสร็จสิ้นลง ทาง May Mobility ระบุว่าจะสร้างประวัติศาสตร์เป็นบริษัทมหาชนรายแรกในสหรัฐอเมริกาที่มุ่งเน้นธุรกิจรถยนต์ไร้คนขับสำหรับให้บริการรับส่งผู้โดยสารแบบเต็มตัว โดยความเคลื่อนไหวนี้ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างความแตกต่างจากบริษัทอื่นๆ ในตลาดที่พัฒนาเทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น Tesla, Rivian, Alphabet ผ่านทาง Waymo ตลอดจนบริษัทที่เน้นกิจการรถบรรทุกอย่าง Aurora และ Kodiak

$1.4Bมูลค่ากิจการ SPAC
$300Mเงินระดมทุนเป้าหมาย

การเดินเกมครั้งนี้ถือเป็นการทดสอบความสนใจของตลาดหุ้นที่มีต่อกิจการรถแท็กซี่ไร้คนขับแบบเฉพาะเจาะจง (Pure-play robotaxi) โดยตรง ทั้งนี้ May Mobility ก่อตั้งขึ้นในปี 2017 ปัจจุบันให้บริการรถยนต์ Toyota Sienna ไร้คนขับอยู่ใน 3 พื้นที่ของสหรัฐอเมริกา ได้แก่ การเป็นพันธมิตรร่วมกับ Lyft ในเมืองแอตแลนตา รวมถึงให้บริการรับส่งผู้โดยสารในสองเมืองของรัฐมินโซตาอย่างอีเดนแพรรีและแกรนด์ราพิดส์

autonomous vehicle testing street

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

ผลงานจากการดำเนินงานที่ผ่านมาช่วยให้บริษัทสร้างรายได้ราว 10 ล้านดอลลาร์เมื่อปีที่แล้ว ควบคู่กับการเผาผลาญเงินสดประมาณ 93 ล้านดอลลาร์ โดยบริษัทให้บริการรับส่งผู้โดยสารแบบคิดค่าบริการมาแล้วมากกว่า 550,000 ครั้ง บนระยะทางสะสมเกินกว่า 1 ล้านไมล์ นอกจากนี้บริษัทยังเพิ่งเริ่มต้นทดลองให้บริการครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่น และวางแผนเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ในเมืองอาร์ลิงตัน รัฐเท็กซัส ร่วมกับ Uber ช่วงปลายปีนี้หรือต้นปี 2027

ดีล SPAC (Special Purpose Acquisition Company) หรือที่รู้จักกันในชื่อบริษัทเชลล์คอมพานี เป็นวิธีลัดที่บริษัทเอกชนนิยมใช้เพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนการเสนอขายหุ้น IPO แบบดั้งเดิม ซึ่งช่วยประหยัดเวลาและลดความซับซ้อนด้านกฎระเบียบ สำหรับกรณีของ May Mobility การนำบริษัทเข้าตลาดหุ้นผ่านช่องทางนี้จะช่วยให้พวกเขามีเงินทุนหนาพอที่จะแข่งขันในตลาดรถยนต์ไร้คนขับที่ต้องใช้เงินลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาสูงมาก ท่ามกลางยักษ์ใหญ่และคู่แข่งจำนวนมากที่กำลังขับเคี่ยวกันอย่างดุเดือด

ทางบริษัทเปิดเผยว่าจะนำเงินทุนที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้ไปสนับสนุนงานด้านการวิจัยและพัฒนาเพิ่มเติม โดยเฉพาะเป้าหมายในการถอดพนักงานความปลอดภัย (Safety drivers) ออกจากรถ รวมถึงการลงทุนในห่วงโซ่อุปทานเพื่อลดต้นทุนค่าวัสดุอุปกรณ์ นอกจากนี้บริษัทยังปักหมุดขยายพื้นที่ให้บริการไปยังเมืองใหม่ๆ ซึ่งบางแห่งมีแผนจะประกาศอย่างเป็นทางการในช่วงปลายปีนี้

ที่มา: TechCrunch

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้