ข้ามไปเนื้อหาหลัก

KBTG Techtopia 2026: ศุภจีชี้อนาคตไทยต้องเปลี่ยน 3 ด้าน

ศุภจี สุธรรมพันธุ์ เผยวิสัยทัศน์ในงาน KBTG Techtopia 2026 วันที่ 16 ก.ย. 2569 ชี้ไทยเร่งรับมือแรงกดดัน 5D พร้อมปรับโครงสร้างคนและธุรกิจ

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
17 Sep 2026ที่มา: Techsauce3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)อัปเดตล่าสุด 20 Sep 2026
แชร์
KBTG Techtopia 2026: ศุภจีชี้อนาคตไทยต้องเปลี่ยน 3 ด้าน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • ศุภจีชี้ไทยเผชิญแรงกดดันผ่านกรอบ 5D ทั้งภูมิรัฐศาสตร์และ AI
  • IMD จัดอันดับไทยอยู่อันดับ 29 ด้านเทคโนโลยี จาก 69 เขตเศรษฐกิจ
  • เชื่อมข้อมูล 13 หน่วยงานรัฐ ช่วยลดบริษัทนอมินีลง 81% ณ สิ้นสิงหาคม
  • เป้าหมายสร้างการเติบโตพร้อมกันทั้งคน ธุรกิจ และประเทศไทย

การพูดถึงมนุษย์แห่งอนาคตมักพาไปสู่คำถามเรื่องทักษะ AI หรืออาชีพที่จะเปลี่ยนไป ทว่า คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ วางภาพนี้ไว้กว้างกว่านั้น เพราะคนและธุรกิจไทยกำลังอยู่ท่ามกลางแรงเปลี่ยนแปลงหลายด้านพร้อมกัน ตั้งแต่ภูมิรัฐศาสตร์ การค้า สิ่งแวดล้อม โครงสร้างประชากร ไปจนถึงเทคโนโลยี

บนเวที KBTG Techtopia 2026 ภายใต้ธีม Human of Tomorrow เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 คุณศุภจีชวนมองว่า เทคโนโลยีอาจทำให้คนในอุตสาหกรรมเดียวกันเดินไปคนละทิศ ธุรกิจที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างคุณค่าใหม่มีโอกาสเติบโต ส่วนธุรกิจที่ปรับตัวช้าอาจค่อย ๆ สูญเสียความสามารถในการแข่งขัน

คุณศุภจีสรุปแรงกดดันที่ประเทศไทยกำลังเผชิญผ่านกรอบ 5D ได้แก่ Decoupling, Diversification, Decarbonization, Demographics และ Digital/AI โดย D แรกคือ Decoupling โลกที่ขั้วอำนาจมีแนวคิดและกติกาแตกต่างกันมากขึ้น สำหรับประเทศขนาดกลางอย่างไทย การหาจุดยืนในโลกหลายขั้วต้องอาศัยความยืดหยุ่นมากกว่านโยบายแบบเดิม

Thailand university campus building exterior

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

แรงกดดันถัดมาคือ Diversification หรือการกระจายความเสี่ยง ไทยมีผู้ส่งออกราว 30,000 ราย โดยกว่า 22,000 รายเป็นผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม ทว่ากลุ่มนี้สร้างมูลค่าการส่งออกเพียงราว 13-14% จากยอดส่งออกรวมประมาณ 11.1 ล้านล้านบาท ขณะเดียวกัน การส่งออกไปสหรัฐฯ และจีนรวมกันคิดเป็นประมาณหนึ่งในสามของทั้งหมด สะท้อนว่าไทยต้องกระจายตลาดไปยังภูมิภาคอื่นและทำให้โอกาสเข้าถึงรายเล็กมากขึ้น

การวิเคราะห์เชิงลึกแสดงให้เห็นว่ากรอบ 5D ไม่ใช่เพียงแค่ทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์ แต่เป็นตัวชี้วัดความอยู่รอดของห่วงโซ่อุปทานไทยในเวทีโลก การที่ SMEs มีสัดส่วนมูลค่าการส่งออกน้อยเมื่อเทียบกับจำนวนผู้ประกอบการ สะท้อนถึงความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงตลาดทุนและเทคโนโลยี ซึ่งภาครัฐจำเป็นต้องเข้ามาทลายอุปสรรคเหล่านี้อย่างเป็นรูปธรรมผ่านการบูรณาการข้อมูลข้ามหน่วยงาน

ในส่วนของ Digital/AI ทำหน้าที่ทั้งสร้างโอกาสและขยายช่องว่าง ข้อมูลบนเวทีชี้ว่าใน IMD World Digital Competitiveness Ranking ประเทศไทยอยู่ในอันดับ 29 จาก 69 เขตเศรษฐกิจด้านเทคโนโลยี อันดับ 37 ด้านความรู้ และอันดับ 45 ด้านความพร้อมสำหรับอนาคต การเปลี่ยนผ่านระดับประเทศจึงต้องมีฐานรองรับสี่ด้าน ได้แก่ คน โครงสร้างพื้นฐาน กฎ กติกา ความปลอดภัย และพลังงานสะอาด

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

29อันดับ IMD ด้านเทคโนโลยี
81%ลดบริษัทนอมินีลง

ในมุมของภาครัฐ มีการดำเนินงานผ่าน 3 แกนหลัก แกนแรกคือ Digital Government โดยเชื่อมข้อมูลภาครัฐ 13 หน่วยงานเพื่อตรวจสอบความเสี่ยงเรื่องนอมินี ช่วยลดการจดทะเบียนบริษัทที่มีความเสี่ยงเป็นนอมินีลง 81% ณ สิ้นเดือนสิงหาคมโดยไม่ใช้งบประมาณเพิ่ม แกนที่สองคือการพัฒนาผู้ประกอบการผ่าน DBD Academy และแกนที่สามคือการสร้างระบบนิเวศเชื่อมธุรกิจใหญ่กับรายเล็ก

"อนาคตไม่ใช่สิ่งที่เราควรรอคอยเท่านั้น แต่อนาคตเป็นสิ่งที่เราต้องลงมือสร้างด้วยกันตั้งแต่วันนี้"

ศุภจี สุธรรมพันธุ์
Thailand government building

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

เป้าหมายปลายทางคือเศรษฐกิจเติบโตด้วยนวัตกรรม ธุรกิจไทยแข่งขันในเวทีโลกอย่างเป็นธรรม และคนไทยมีทักษะพร้อมสำหรับอนาคต ท่ามกลางความท้าทายระดับโลกและการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรในประเทศ

ที่มา: Techsauce

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้