United Airlines มั่นใจผลักภาระต้นทุนน้ำมัน 100% ได้ทันสิ้นปี
ผู้บริหาร United Airlines เผยในงาน Morgan Stanley คาดดึงต้นทุนน้ำมันคืนครบ 100% แม้มีตั๋ว Q4 จองแล้ว 35% พร้อมชูจุดเด่นที่นั่งพรีเมียมและ Starlink

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- United มั่นใจชดเชยต้นทุนราคาน้ำมันเครื่องบินที่พุ่งสูงได้เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ภายในสิ้นปี
- ยอมรับมีผลกระทบจากความล่าช้า เนื่องจากตั๋วโดยสารไตรมาส 4 ราราว 35% ถูกจองไปล่วงหน้าแล้ว
- ชูยุทธศาสตร์เจาะตลาดพรีเมียมด้วยที่นั่งราบและบริการอินเทอร์เน็ต Starlink บนเครื่องบินกว่า 1,000 ลำ
United Airlines ยังคงเดินหน้าแผนการผลักภาระต้นทุนราคาน้ำมันเครื่องบินที่ปรับตัวสูงขึ้นไปยังผู้โดยสารเต็มจำนวน 100% โดยอาศัยความต้องการเดินทางในระดับพรีเมียมที่ยังคงแข็งแกร่ง แม้ว่าราคาเชื้อเพลิงในตลาดโลกจะขยับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงที่ผ่านมาก็ตาม โดยสายการบินเชื่อมั่นว่าผู้บริโภคยุคปัจจุบันยังคงยินดีจ่ายเงินเพิ่มขึ้นเพื่อแลกกับความสะดวกสบายที่เหนือกว่าและการบริการที่ทันสมัย
ในการประชุมนักลงทุน Morgan Stanley Laguna ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ไมเคิล เลสคิเนน (Michael Leskinen) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (CFO) ของ United Airlines ได้ชี้แจงต่อที่ประชุมว่า ทางสายการบินคาดการณ์ว่าจะสามารถเรียกคืนต้นทุนราคาน้ำมันทั้งหมดกลับมาได้ภายในสิ้นปีนี้ แม้ว่าในความเป็นจริงจะมีอุปสรรคเรื่องระยะเวลาหน่วงในการปรับราคาตั๋วก็ตามที
ไมเคิล เลสคิเนน ได้อธิบายถึงสถานการณ์ดังกล่าวว่า ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงได้พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ตั๋วโดยสารสำหรับไตรมาสที่ 4 นั้นถูกจองล่วงหน้าไปแล้วประมาณ 35% ทำให้สายการบินไม่สามารถย้อนกลับไปปรับราคาตั๋วในส่วนนี้ได้ทันที ส่งผลให้เกิดช่วงเวลาหน่วง (lag) ที่นักลงทุนควรนำไปคำนวณในโมเดลทางการเงิน อย่างไรก็ตาม ทางผู้บริหารยืนยันว่าไม่มีปัจจัยใดๆ ที่จะมาเปลี่ยนแปลงเป้าหมายในการผลักภาระต้นทุนนี้ได้
"Fuel prices have spiked pretty rapidly. We've got about 35% of our tickets booked already in the fourth quarter. So you can't go back and reprice those tickets... But there is nothing that is changing that causes us to not be able to pass."

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
กลยุทธ์การผลักภาระต้นทุนน้ำมันไปยังผู้โดยสารผ่านการเพิ่มราคาตั๋ว ถือเป็นแนวทางปฏิบัติทั่วไปของอุตสาหกรรมการบินพาณิชย์เมื่อเผชิญกับความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลก อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของกลยุทธ์นี้ขึ้นอยู่กับความยืดหยุ่นของอุปสงค์ (Demand Elasticity) ในตลาด โดยในกรณีของ United Airlines การที่พวกเขาสามารถผลักภาระต้นทุนได้สำเร็จท่ามกลางราคาเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่มีกำลังซื้อสูง ซึ่งยินดีจ่ายแพงขึ้นเพื่อแลกกับสิ่งอำนวยความสะดวกระดับพรีเมียม เช่น ที่นั่งแบบราบ (lie-flat seats) และการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูงผ่านดาวเทียม Starlink
นอกจากนี้ ทางสายการบินยังได้เตรียมลงทุนขยายฝูงบินครั้งใหญ่ด้วยคำสั่งซื้อเครื่องบินมากกว่า 250 ลำ ซึ่งเน้นการเพิ่มที่นั่งชั้นธุรกิจแบบปรับนอนราบ รวมถึงการเปิดเส้นทางบินใหม่ด้วยเครื่องบินรุ่น A321XLR ไปยังเมืองรองในทวีปยุโรป และการติดตั้งระบบอินเทอร์เน็ต Starlink บนเครื่องบินกว่า 1,000 ลำภายในสิ้นปีนี้ เพื่อตอบสนองกระแสความนิยมการเดินทางแบบพรีเมียมที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ที่มา: Skift
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น