Ariana Grande ฟ้องแฮกเกอร์ขโมยและปล่อยเพลง-วิดีโอหลุดตลอดหลายปี
ป๊อปสตาร์สาวชื่อดังยื่นฟ้องศาลเพื่อไล่ล่ากลุ่มแฮกเกอร์นิรนาม หลังเจาะระบบโปรดิวเซอร์และช่างภาพเพื่อขโมยผลงานเพลงที่ยังไม่เคยเผยแพร่

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Ariana Grande ยื่นฟ้องแฮกเกอร์นิรนามต่อศาล Los Angeles County Superior Court เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา
- คดีระบุว่าเฉพาะปี 2023 ปีเดียว มีเพลงที่ยังไม่ปล่อยถูกขโมยและรั่วไหลออกไปมากถึง 45 เพลง
- แฮกเกอร์มุ่งเป้าเจาะระบบคนใกล้ชิด เช่น โปรดิวเซอร์ ช่างภาพ และทีมงาน ตั้งแต่ปี 2011 เป็นต้นมา
อาเรียน่า แกรนด์ (Ariana Grande) ตัดสินใจเดินหน้าทางกฎหมายครั้งใหญ่โดยการยื่นฟ้องกลุ่มแฮกเกอร์ที่ยังไม่สามารถระบุตัวตนได้ ซึ่งลักลอบขโมยและนำเอาผลงานเพลงรวมถึงวิดีโอส่วนตัวของเธอไปเผยแพร่บนโลกออนไลน์มาเป็นเวลานานหลายปี การดำเนินคดีทางกฎหมายครั้งนี้มีเป้าหมายหลักในการเปิดโปงตัวจริงของบุคคลเหล่านี้ที่สำนวนฟ้องเรียกว่า John Doe 1 และ John Does 2 ถึง 100
ในเอกสารคำฟ้องระบุรายละเอียดว่า เฉพาะในปี 2023 ปีเดียว มีบทเพลงที่ยังไม่เคยได้รับการเปิดเผยสู่สาธารณะหลุดออกไปถึง 45 เพลง และยังมีเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันนี้เกิดขึ้นอีกหลายร้อยครั้งนับตั้งแต่ที่เธอก้าวเข้าสู่เส้นทางสายดนตรีเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2011 ทรัพย์สินทางปัญญาและข้อมูลส่วนตัวที่ถูกขโมยไปนั้นครอบคลุมหลากหลายรูปแบบ ประกอบด้วย
- ต้นฉบับเพลงและเดโมที่ยังอยู่ในกระบวนการผลิต
- ฟุตเทจจากการบันทึกเสียงในห้องอัดและมิวสิกวิดีโอ
- ภาพถ่ายและวิดีโอเบื้องหลังการทำงาน
- ภาพถ่ายและคลิปวิดีโอส่วนที่ถูกคัดออกจากการถ่ายทำอัลบั้มและแฟชั่นเซ็ต
นอกจากพฤติกรรมการขโมยข้อมูลแล้ว ทางคดียังกล่าวหาว่ากลุ่มแฮกเกอร์ดังกล่าวนำเอาผลงานเหล่านี้ไปจำหน่ายต่อ รวมถึงนำไปเผยแพร่บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียยอดนิยมอย่าง X, TikTok และ YouTube ซึ่งการกระทำดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นการละเมิดความเป็นส่วนตัวอย่างร้ายแรง แต่ยังเข้าข่ายผิดกฎหมายคุ้มครองการเข้าถึงข้อมูลและฉ้อโกงของรัฐแคลิฟอร์เนีย (California’s Comprehensive Data Access and Fraud Act) อีกด้วย ซึ่งเป็นกฎหมายฉบับเดียวกับที่เคยถูกหยิบยกมาใช้ในคดีดังอื่นๆ เช่น คดีที่ Sony ฟ้อง George Hotz และ Meta ฟ้องบริษัทผู้พัฒนาสปายแวร์ Pegasus

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
การที่ศิลปินระดับโลกอย่าง Ariana Grande เลือกใช้แนวทางกฎหมายในการเล่นงานแฮกเกอร์นิรนาม สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาใหญ่ในอุตสาหกรรมดนตรีที่การรั่วไหลของเพลงเดโมสร้างความเสียหายต่อมูลค่าทางการตลาดและสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญา การเจาะระบบผ่านบุคคลที่สามรอบตัวศิลปิน ไม่ว่าจะเป็นช่างภาพหรือโปรดิวเซอร์ แสดงให้เห็นว่าช่องโหว่ความปลอดภัยทางไซเบอร์มักไม่ได้อยู่ที่ตัวศิลปินโดยตรง แต่Yอยู่ที่ห่วงโซ่อุปทานการทำงานร่วมกัน ซึ่งเป็นจุดอ่อนที่แฮกเกอร์มักฉวยโอกาสโจมตี
ก่อนหน้านี้สื่ออย่าง Variety ได้เคยรายงานรายละเอียดเกี่ยวกับแผนประทุษกรรมของกลุ่มแฮกเกอร์เหล่านี้ว่ามีการพุ่งเป้าไปยังบุคคลที่ทำงานร่วมกับแกรนด์มาโดยตลอด โดยในปี 2019 เคยเกิดเหตุการณ์แฮกบัญชี Dropbox ของช่างภาพเพื่อขโมยรูปภาพ ต่อมาในปี 2020 มีการขโมยฟุตเทจที่ยังไม่เผยแพร่จากอุปกรณ์เคลื่อนที่ของโปรดิวเซอร์รายหนึ่ง และล่าสุดในปี 2024 กลุ่มมิจฉาชีพได้ใช้วิธีฟิชชิ่งอีเมลเพื่อหลอกเอาภาพถ่ายที่ยังไม่ปล่อยจากช่างเทคนิคที่ทำงานร่วมกับช่างภาพของแกรนด์
ที่มา: The Verge
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น