MushLume เปิดห้องแล็บชีวภาพที่ MADE: Bush Terminal
Danielle Trofe ผู้ก่อตั้ง MushLume เผยเบื้องหลังการเพาะโคมไฟและแผ่นกันเสียงจากไมซีเลียมและกัญชาในย่านซันเซตพาร์ค บรูคลิน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- MushLume ย้ายเข้าตั้งห้องแล็บและฐานผลิตที่ MADE: Bush Terminal ในบรูคลิน
- ใช้วัสดุจากเส้นใยกัญชาเกษตรและโครงสร้างรากไมซีเลียมในการเพาะชิ้นงาน
- กระบวนการเพาะโคมไฟใช้เวลาเพียง 7 ถึง 10 วันโดยควบคุมความชื้นและอุณหภูมิ
- วัสดุผ่านเกณฑ์มาตรฐานกันไฟระดับ Class A ตามธรรมชาติโดยไม่ต้องใช้สารเคมี
พื้นที่สาธารณะที่ได้รับการฟื้นฟูอย่าง MADE: Bush Terminal ในย่านซันเซตพาร์ค เมืองนิวยอร์ก ได้กลับมาเปิดประตูต้อนรับผู้คนอีกครั้งในฐานะพื้นที่ทำงานที่มุ่งขับเคลื่อนนวัตกรรมท้องถิ่นและการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยมี MushLume สตูดิโอออกแบบที่ผสานห้องปฏิบัติการชีวภาพและการผลิตเข้าไว้ด้วยกัน เป็นหนึ่งในสตูดิโอยอดเยี่ยมที่เข้ามาประจำการ ณ ศูนย์กลางแห่งนี้
MushLume โดดเด่นจากการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์โคมไฟและแผ่นดูดซับเสียงรักษ์โลก โดยทางสตูดิโอเลือกใช้โครงสร้างรากของเห็ดหรือไมซีเลียม ร่วมกับเศษวัสดุเหลือใช้จากต้นกัญชาทางการเกษตร แนวคิดเบื้องหลังการทำงานนี้ไม่ใช่การคัดลอกรูปร่างหน้าตาจากธรรมชาติ แต่เป็นการศึกษาและนำกระบวนการทางชีวภาพมาประยุกต์ใช้ เพื่อสร้างทางเลือกวัสดุที่มีคาร์บอนต่ำสำหรับสถาปนิกและนักออกแบบภายใน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในแง่ของกระบวนการผลิต ทางสตูดิโอจะนำเศษเส้นใยกัญชามาผสมกับไมซีเลียมที่ยังมีชีวิต ก่อนจะอัดลงในแม่พิมพ์เฉพาะตัว "เรานำวัสดุมาใส่ในแม่พิมพ์ที่ช่วยรักษาทรงของวัสดุร่วนๆ คล้ายวัสดุคลุมดินนี้ จากนั้นเราก็สร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการเจริญเติบโตของสิ่งมีชีวิต ทั้งการควบคุมความชื้น อุณหภูมิ และแสง ปล่อยให้มันทำหน้าที่ตามธรรมชาติ โคมไฟส่วนใหญ่ของเราเติบโตเสร็จภายใน 7 ถึง 10 วัน" Danielle Trofe ผู้ก่อตั้งระบุ
“แทนที่จะทำแค่โคมไฟเดี่ยวๆ เรากำลังสร้างระบบไฟส่องสว่างพร้อมแผ่นดูดซับเสียงที่ให้ความรู้สึกเหมือนงานศิลปะติดผนัง พร้อมกับทำหน้าที่เพิ่มแสงสว่างและซับเสียงในพื้นที่ไปพร้อมกัน”
Danielle Trofe
การนำไมซีเลียมมาใช้เป็นวัสดุก่อสร้างและงานดีไซน์ถือเป็นแนวทาง Biofabrication ที่กำลังเปลี่ยนผ่านจากการทดลองในห้องแล็บสู่การใช้งานจริงในเชิงพาณิชย์ จุดเด่นสำคัญคือการลดขยะอุตสาหกรรมและการสร้างวัสดุที่ย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ 100% ซึ่งตอบโจทย์มาตรการอาคารเขียวในปัจจุบันที่เข้มงวดเรื่องคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์
การเปิดห้องแล็บแห่งใหม่ที่ MADE: Bush Terminal ช่วยให้ MushLume สามารถรวบรวมงานออกแบบ การเพาะปลูก และสายการผลิตไว้ภายใต้หลังคาเดียวกันได้สำเร็จ ซึ่งช่วยเร่งการเปลี่ยนผ่านจากห้องทดลองทดลองสู่วิสาหกิจเชิงพาณิชย์ นอกจากนี้ การตั้งอยู่ในชุมชนนักสร้างสรรค์ในซันเซตพาร์คยังช่วยให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้กับผู้เชี่ยวชาญด้านงานไม้ โลหะ และดิจิทัลแฟบริเคชันอย่างใกล้ชิด
ที่มา: designboom
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น