ข้ามไปเนื้อหาหลัก

EvolveTrade: งานวิจัย KAIST เผย AI Agent พัฒนา Prompt เอง

งานวิจัยใหม่จาก KAIST เสนอ EvolveTrade ให้ AI Agent ปรับปรุง Prompt อัตโนมัติเพื่อเชื่อมโยงผลคำนวณจาก Python เข้ากับการจัดพอร์ต ทำผลงานเด่น Sharpe ratio 4.00

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
18 Sep 2026ที่มา: Dev.to3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
EvolveTrade: งานวิจัย KAIST เผย AI Agent พัฒนา Prompt เอง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • งานวิจัย EvolveTrade จาก KAIST แก้ปัญหา AI Agent ใช้เครื่องมือคำนวณแต่ไม่นำผลมาตัดสินใจจริง
  • ระบบใช้ Policy agent คอยวิเคราะห์ผลลัพธ์และเขียน Prompt ใหม่ทุกๆ 5 วันทำการ
  • ผลทดสอบแสดง Sharpe ratio 4.00 และผลตอบแทนสะสม 10.56% เหนือกว่าแบบดั้งเดิม

การประเมินประสิทธิภาพของ Autonomous agent ส่วนใหญ่ในปัจจุบันมักมองข้ามช่องโหว่สำคัญ นั่นคือการที่โมเดลใช้งานเครื่องมือต่างๆ เช่น API ราคาหุ้น หรือเครื่องมือค้นหาข่าว ควบคู่กับ Python REPL เพียงเพื่อทำตามขั้นตอน แต่ไม่ได้นำผลลัพธ์เชิงปริมาณที่คำนวณได้มาใช้ในการตัดสินใจขั้นสุดท้ายอย่างแท้จริง โมเดลอาจคำนวณความผันผวนย้อนหลัง 20 วันได้ถูกต้อง แต่กลับจัดสรรเงินลงทุนตามหลักการกว้างๆ ที่ตั้งไว้ตั้งแต่ก่อนเปิดใช้งานเครื่องมือ

เพื่อแก้ปัญหานี้ งานวิจัยชิ้นใหม่จาก KAIST ในชื่อ EvolveTrade (Kim et al., arXiv:2609.17632) ได้นำเสนอแนวทางใหม่โดยหยุดการกำหนดสัญญาการใช้เครื่องมือแบบตายตัวตั้งแต่เริ่มต้น และเปลี่ยนมามอง Prompt ของระบบให้เป็นนโยบายที่ปรับเปลี่ยนได้ด้วยข้อความ (text-parameterized policy)

algorithm code execution monitor screen workspace

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ในระบบแบบดั้งเดิมที่นักวิจัยทดสอบผ่าน LiveTradeBench เมื่อใช้โมเดลอย่าง GPT-5-mini โมเดลจะรัน Python อย่างขยันขันแข็ง เช่น คำนวณว่า JPMorgan มีผลตอบแทนย้อนหลัง 20 วันอยู่ที่ +3.45% และมี Sharpe ratio 2.105 หรือ Caterpillar อยู่ที่ 1.497 แต่สัดส่วนการลงทุนจริงกลับแทบไม่ขยับจากค่าเริ่มต้น โดย JPMorgan ยังคงอยู่ที่ 6% และ Caterpillar ที่ 4% ตัวเลขเชิงปริมาณทั้งหมดจึงเป็นเพียงแค่เหตุผลประกอบในขั้นตอนการคิดเท่านั้น

4.00Sharpe ratio ของ EvolveTrade
10.56%ผลตอบแทนสะสม 50 วัน
2.96%Maximum drawdown

แนวทางของ EvolveTrade คือการให้ Policy agent แยกต่างหากคอยตรวจสอบร่องรอยการทำงานและผลตอบแทนของพอร์ตทุกๆ 5 วันทำการ จากนั้นทำหน้าที่เขียน Prompt ใหม่เพื่อบอกให้ Trading agent รู้จักวิธีใช้เครื่องมือให้สอดคล้องกับพอร์ตลงทุน ผลลัพธ์จากการทดสอบข้ามภาวะตลาดต่างๆ (เช่น ช่วงตลาดซบเซา ตลาดขาลง และตลาดกระทิง บนโมเดล GPT-5-mini และ Gemini-2.5-Flash) พบว่า Prompt ที่ถูกพัฒนาขึ้นใหม่จะช่วยบังคับให้โมเดลย้ายการคำนวณจากข้อความบรรยายไปสู่โค้ดที่สั่งการได้จริง

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

"In the September 10, 2025 trace highlighted by the authors, the static agent called Python once for aggregate stats. The evolved agent called Python 11 times: running metric calibration, validating risk constraints, and generating exact percentage weights."

Kim et al., EvolveTrade

แนวคิดการให้ Prompt พัฒนาตัวเองหรือ Prompt Evolution ถือเป็นก้าวสำคัญในการแก้ปัญหา Context Window Degeneration ซึ่งมักเกิดจากการที่คำสั่งสะสมความยาวจนโมเดลสับสน งานวิจัยนี้แสดงให้เห็นว่าระบบอัตโนมัติสามารถขยายและหดขนาดของชุดคำสั่งตามสภาวะตลาดได้เอง (ระหว่าง 5,000 ถึง 20,000 ตัวอักษร) โดยการตัดกฎเกณฑ์ที่ซ้ำซ้อนทิ้งไป กลไกนี้สะท้อนให้เห็นว่าอนาคตของ AI Agent ในงานที่มีความแม่นยำสูง เช่น การเงิน จะต้องพึ่งพาการควบคุมแบบ Deterministic binding มากกว่าการปล่อยให้โมเดลตีความผลลัพธ์ของเครื่องมือด้วยภาษาธรรมชาติอย่างอิสระ

จากการทดสอบระยะเวลา 50 วัน EvolveTrade สามารถทำ Sharpe ratio ได้สูงถึง 4.00 และสร้างผลตอบแทนสะสม 10.56% เทียบกับแบบเดิมที่ได้ Sharpe 2.94 และผลตอบแทน 8.88% พร้อมทั้งจำกัด Maximum drawdown ไว้ที่ 2.96% เทียบกับ 4.40% ของระบบดั้งเดิม บทเรียนสำคัญสำหรับนักพัฒนาซอฟต์แวร์คือ การปล่อยให้การเชื่อมโยงระหว่างข้อมูลเชิงปริมาณและการกระทำขั้นสุดท้ายขึ้นอยู่กับภาษาพูดของ LLM นั้นมีความเปราะบางสูง และการบังคับให้โค้ดผูกมัดกับการกระทำโดยตรงคือหัวใจสำคัญของความสำเร็จ

ที่มา: Dev.to

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้