ข้ามไปเนื้อหาหลัก

Reservations.ai เผยเบื้องหลังระบบจองท่องเที่ยวด้วย AI

เจาะลึกเบื้องหลัง Reservations.ai ของ HotelPlanner ที่พัฒนาจากระบบภายในสู่ผู้ช่วยจองตั๋วด้วยเสียง พร้อมเพิ่มอัตราการแปลงจาก 2% สู่ 16%

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
18 Sep 2026ที่มา: Skift2 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
Reservations.ai เผยเบื้องหลังระบบจองท่องเที่ยวด้วย AI

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • HotelPlanner พัฒนา Reservations.ai สำหรับใช้งานภายในก่อนเปิดให้พาร์ทเนอร์ใช้งาน
  • ระบบผ่านการฝึกฝนจากบันทึกการสนทนากว่า 10 ล้านสายในช่วงโควิด-19
  • อัตราการแปลงลูกค้าเพิ่มขึ้นจาก 1-2% สู่ระดับ 14-16% เทียบเท่ามนุษย์
  • ลูกค้าประมาณ 30% ยังคงต้องการคุยกับเจ้าหน้าที่มนุษย์ควบคู่กับการใช้ AI

อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในขั้นตอนการทดลองระบบจองด้วยปัญญาประดิษฐ์ในสภาพแวดล้อมที่ควบคุมไว้ โดยบริษัทที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเทคโนโลยีนี้ใช้งานได้จริงกับการจองจริงในสเกลใหญ่ จะได้รับข้อได้เปรียบที่สำคัญในตลาด

รายงาน State of AI in the Enterprise ปี 2026 ของ Deloitte ระบุว่า มีเพียง 25% ขององค์กรเท่านั้นที่ย้ายโครงการนำร่อง AI 40% เข้าสู่กระบวนการผลิตจริง ขณะที่ 37% ยังคงใช้งาน AI ในระดับผิวเผินโดยไม่ได้ปรับเปลี่ยนกระบวนการเบื้องหลังอย่างแท้จริง

customer service call center software screen

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ทางด้าน HotelPlanner เริ่มต้นพัฒนา Reservations.ai ซึ่งเป็นระบบจองผ่านเสียงแบบบูรณาการเต็มรูปแบบ เพื่อจัดการตลาดแบบหลายซัพพลายเออร์ของตนเองก่อนที่จะคิดทำเป็นผลิตภัณฑ์แยกเดี่ยว และเพิ่งเริ่มเปิดให้พาร์ทเนอร์ภายนอกใช้งาน หลังจากทดสอบกับการจองจริงทั้งเที่ยวบิน โรงแรม และสินค้าท่องเที่ยวอื่นๆ

14-16%อัตราการแปลงลูกค้า
30%ลูกค้าที่ยังเลือกคุยกับมนุษย์

Skift Studio ได้พูดคุยกับ Tim Hentschel ซีอีโอร่วมของ HotelPlanner เพื่อสำรวจว่าอะไรคือสิ่งสำคัญในการทำให้เทคโนโลยีการจองด้วย AI ทำงานได้จริงในสเกลใหญ่ และสิ่งที่บริษัทท่องเที่ยวควรพิจารณาระหว่างการเลือกสร้างเองหรือซื้อสำเร็จรูป

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

"Reservations.ai started during the travel industry’s post-pandemic recovery."

Tim Hentschel

การที่ HotelPlanner นำบันทึกการสนทนากว่า 10 ล้านสายมาฝึกฝน AI ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยแก้ปัญหาความเข้าใจภาษาธรรมชาติ สำเนียง และคำสแลง ซึ่งมักเป็นจุดอ่อนของระบบสนทนาอัตโนมัติทั่วไป การผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีเสียงและฐานข้อมูลสินค้าท่องเที่ยวจึงเป็นก้าวสำคัญของ OTA ยุคใหม่

business presentation meeting room corporate

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ในตอนเริ่มต้น ผลลัพธ์ด้านอัตราการแปลงอยู่ที่เพียง 1-2% เท่านั้น แต่ทีมงานสามารถพัฒนาจนเพิ่มขึ้นมาอยู่ 14-16% ซึ่งเทียบเท่ากับมนุษย์ได้ภายในเวลาประมาณหนึ่งปี ผ่านการปรับปรุงเทคโนโลยีเบื้องหลังให้เข้าใจวิธีที่ลูกค้าตัวจริงพูดคุย รวมถึงสำเนียงและคำท้องถิ่น

ที่มา: Skift

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้