Banyan Group ซื้อหุ้น 70% ใน Newmark ขยายพอร์ต 26 แห่งในแอฟริกา
Banyan Group ยักษ์ใหญ่ด้านการโรงแรมจากสิงคโปร์ ทุ่มเงินสด 33 ล้านดอลลาร์ซื้อหุ้น 70% ใน Newmark เพื่อรุกตลาดซาฟารีและเพิ่มโรงแรมในแอฟริกา

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Banyan Group เข้าซื้อหุ้น 70% ใน Newmark Hotels & Reserves ด้วยเงินสด 33 ล้านดอลลาร์
- ดีลนี้ช่วยเพิ่มพอร์ตโรงแรมและรีสอร์ทของ Banyan ขึ้นราวหนึ่งในสาม รวมเกือบ 130 แห่งใน 28 ประเทศ
- Newmark นำโรงแรม 26 แห่ง รวมถึงลอจด์และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าส่วนตัวใน 7 ประเทศแอฟริกาเข้ามาร่วมพอร์ต
- ข้อตกลงมีเส้นทางสู่การเป็นเจ้าของ 100% โดยผูกกับเป้าหมาย EBITDA 63 ล้านแรนด์ภายในปี 2029
Banyan Group บริษัทการโรงแรมที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์และเป็นเจ้าของแบรนด์ Banyan Tree ได้ตกลงเข้าซื้อหุ้นสัดส่วน 70% ใน Newmark Hotels & Reserves ผู้ให้บริการโรงแรม ลอจด์ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเอกชนที่มีฐานดำเนินงานในเมืองเคปทาวน์ ประเทศแอฟริกาใต้ โดยมีแผนที่จะเข้าซื้อกิจการทั้งหมดอย่างสมบูรณ์ภายในช่วงหลายปีข้างหน้า
การทำธุรกรรมครั้งนี้ประเมินมูลค่ากิจการทั้งหมดของ Newmark ไว้ที่ประมาณ 756 ล้านแรนด์แอฟริกาใต้ หรือราว 47 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเป็นการจ่ายเงินสดเบื้องต้นประมาณ 533 ล้านแรนด์ หรือ 33 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมเงื่อนไขการถือหุ้น 100% เต็มตัวที่ผูกติดอยู่กับการบรรลุเป้าหมายกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ที่ระดับ 63 ล้านแรนด์ หรือประมาณ 3.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปีงบประมาณ 2029 ซึ่งถือเป็นเป้าหมายที่ท้าทายเนื่องจากสูงกว่าระดับปัจจุบันมากกว่าเท่าตัว

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
การผนึกกำลังในครั้งนี้ทำให้พอร์ตโฟลิโอของ Banyan ขยายตัวขึ้นประมาณหนึ่งในสาม ส่งผลให้มีอสังหาริมทรัพย์ในเครือรวมเกือบ 130 แห่ง ครอบคลุม 14 แบรนด์ ใน 28 ประเทศทั่วโลก โดย Newmark จะเข้ามาทำหน้าที่เป็นแบรนด์คอลเลกชันในเครือ และทีมผู้บริหารชุดเดิมจะยังคงอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป พร้อมทั้งนำทรัพย์สินโรงแรม ลอจด์ และเกมรีสอร์ทกว่า 26 แห่งที่มีห้องพักรวมกว่า 1,300 ห้องใน 7 ประเทศแอฟริกาเข้ามาเชื่อมต่อกับระบบการจองและโปรแกรมสะสมคะแนนของ Banyan
กลยุทธ์การขยายกิจการแบบ 'asset-right' หรือการผสมผสานระหว่างการเป็นเจ้าเองบางส่วนและการรับบริหารจัดการให้กับเจ้าของรายอื่น ช่วยให้เครือโรงแรมระดับโลกอย่าง Banyan สามารถขยายฐานธุรกิจไปยังตลาดใหม่ๆ ที่เติบโตสูงอย่างทวีปแอฟริกาได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องแบกรับภาระต้นทุนและเงินลงทุนมหาศาลในการก่อสร้างอสังหาริมทรัพย์ด้วยตนเอง ขณะเดียวกันก็ต้องเผชิญหน้ากับการแข่งขันที่ดุเดือดจากผู้เล่นรายใหญ่ในพื้นที่และเชนโรงแรมระดับโลกอื่นๆ เช่น Protea ของ Marriott และ Radisson
การขยายตลาดสู่ทวีปแอฟริกาของ Banyan สอดคล้องกับแนวโน้มการเติบโตของการท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ ซึ่งบันทึกจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติสูงถึง 81 ล้านคนในปี 2025 หรือเพิ่มขึ้น 8% โดยโมเดลธุรกิจแบบ asset-light นี้มุ่งเน้นการสร้างรายได้จากค่าธรรมเนียมการบริหารจัดการ ความสัมพันธ์อันดีกับเจ้าของทรัพย์สิน และความเชี่ยวชาญในตลาดท้องถิ่น มากกว่าการถือครองกรรมสิทธิ์ตัวอาคารและที่ดินโดยตรง
ที่มา: Skift
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น