Google Pixel Watch 4 รุ่น LTE ลดราคา 120 ดอลลาร์
สมาร์ทวอทช์ Google Pixel Watch 4 รุ่น LTE ทั้งขนาด 45 มม. และ 41 มม. จัดโปรโมชันลดราคาลง 120 ดอลลาร์ เหลือ 379.99 และ 329.99 ดอลลาร์ตามลำดับ
ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Google Pixel Watch 4 รุ่น LTE ลดราคาครั้งใหญ่ 120 ดอลลาร์ทุกขนาด
- รุ่น 45 มม. สีดำด้านเหลือ 379.99 ดอลลาร์ จากราคาเดิม 499.99 ดอลลาร์
- รุ่น 41 มม. ลดเหลือ 329.99 ดอลลาร์ จากราคาเดิม 449.99 ดอลลาร์
- Pixel Watch 5 รุ่นใหม่ล่าสุดขนาด 41 มม. ก็จัดโปรลด 100 ดอลลาร์เช่นกัน
แม้ว่า Google Pixel Watch 5 จะเปิดตัวมาทำหน้าที่แทนแล้ว แต่นาฬิกาสอารมณ์พรีเมียมรุ่นก่อนหน้าอย่าง Google Pixel Watch 4 ก็กำลังมีส่วนลดครั้งสำคัญสำหรับผู้ที่กำลังมองหาอุปกรณ์สวมใส่ประสิทธิภาพสูงในราคาสบายกระเป๋า โดยข้อมูลจากเครื่องมือติดตามราคาเผยว่านาฬิกาทั้งสองขนาดในรุ่น LTE กำลังทำราคาต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่เริ่มวางจำหน่าย
สำหรับรายละเอียดด้านราคา รุ่นใหญ่ขนาด 45 มม. ตัวเรือนสีดำด้าน LTE ปรับลดราคาลงเหลือ 379.99 ดอลลาร์ จากราคาเต็ม 499.99 ดอลลาร์ ขณะที่รุ่นเล็กขนาด 41 มม. LTE ปรับลดลงเหลือ 329.99 ดอลลาร์ จากราคาเดิม 449.99 ดอลลาร์ ซึ่งทั้งสองตัวเลือกนี้ได้รับส่วนลดเท่ากันที่ 120 ดอลลาร์พอดิบพอดี
ในฝั่งของ Google Pixel Watch 5 รุ่น 41 มม. LTE รุ่นใหม่ล่าสุด ก็มีการจัดโปรโมชันลดราคาลง 100 ดอลลาร์เช่นกัน ส่งผลให้ราคาตกลงมาอยู่ที่ 399.99 ดอลลาร์ จากเดิม 499.99 ดอลลาร์ ซึ่งมีส่วนต่างราคาจาก Pixel Watch 4 รุ่น 45 มม. อยู่เพียง 20 ดอลลาร์เท่านั้น ทำให้ผู้ซื้อสามารถชั่งใจระหว่างรุ่นท็อปเดิมกับรุ่นล่าสุดได้ง่ายขึ้น
ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ด้านคุณสมบัติภายใน Google Pixel Watch 4 มาพร้อมหน้าจอทรงกลมขนาดใหญ่ขึ้น และมีความสว่างสูงสุดถึง 3,000 นิต ช่วยให้การใช้งานกลางแจ้งมองเห็นได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้รุ่น LTE ยังรองรับการเชื่อมต่อที่เป็นอิสระจากสมาร์ทโฟน รวมถึงฟีเจอร์ส่งข้อความฉุกเฉินผ่านดาวเทียม (Satellite SOS) เมื่ออยู่มนพื้นที่อับสัญญาณโทรศัพท์ พร้อมระบบ GPS แบบ Dual-band ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการระบุตำแหน่ง
การที่สมาร์ทวอทช์รุ่นเรือธงรุ่นก่อนหน้าอย่าง Pixel Watch 4 ถูกลดราคาลงอย่างต่อเนื่องหลังจากการมาถึงของรุ่นถัดไป ถือเป็นจังหวะเวลาที่ดีสำหรับผู้บริโภคที่ไม่จำเป็นต้องอัปเดตเทคโนโลยีล่าสุดทุกปี เนื่องจากฟีเจอร์หลักอย่างเซ็นเซอร์สุขภาพและระบบปฏิบัติการยังคงตอบโจทย์การใช้งานทั่วไปได้อย่างครบถ้วนในราคาที่คุ้มค่ากว่าเดิม
ในแง่ของการใช้งานในชีวิตประจำวัน จุดเด่นสำคัญอยู่ที่ความเร็วในการชาร์จแบตเตอรี่ ซึ่งสามารถชาร์จจากศูนย์จนเต็มได้ภายในเวลาเพียง 30 นาที และใช้เวลาชาร์จเพียง 15 นาทีก็ได้แบตเตอรี่กลับมาประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์แล้ว ทำให้การใส่นอนเพื่อติดตามการนอนหลับทำได้สะดวกยิ่งขึ้น
ตัวอุปกรณ์ยังคงมาพร้อมผู้ช่วยอัจฉริยะ Gemini สำหรับการสั่งงานด้วยเสียง และชุดเซ็นเซอร์ตรวจสุขภาพที่ครบครัน ทั้งอัตราการเต้นของหัวใจ ระดับออกซิเจนในเลือด อุณหภูมิร่างกาย และการติดตามการนอนหลับ ตอบโจทย์การใช้งานด้านฟิตเนสและสุขภาพในภาพรวมได้อย่างลงตัว
ที่มา: Lifehacker
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น