Thornley Kelham เนรมิต Porsche 356 ด้วยตัวถังอะลูมิเนียมทำมือใช้เวลาปั้นกว่า 2,000 ชั่วโมง
สำนักแต่ง Thornley Kelham คืนชีพ Porsche 356 คลาสสิกในเวอร์ชันน้ำหนักเบาเพียง 930 กิโลกรัม เครื่องยนต์แอร์คูลด์ 2.33 ลิตร รีดพละกำลังสูงสุด 200 แรงม้า พร้อมงานโลหะผสมผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ตัวถังอะลูมิเนียมขึ้นรูปด้วยมือ ใช้เวลาทำมากกว่า 2,000 ชั่วโมงต่อคัน
- น้ำหนักรถเบาเพียง 930 กิโลกรัม ให้สมรรถนะที่ดีเยี่ยมกว่า 200 แรงม้าต่อตัน
- เครื่องยนต์แอร์คูลด์ 4 สูบนอน 2.33 ลิตร เลือกได้ทั้งรุ่น Touring 180 แรงม้า และ Sport 200 แรงม้า
- ช่วงล่างปรับปรุงใหม่ ใช้พวงมาลัยแร็คแอนด์พิเนียน และเบรกดิสก์ระบายความร้อนรอบคัน
สำนักแต่งรถ Thornley Kelham ในเขตคอตส์วอลด์ ประเทศอังกฤษ ได้เผยโฉมโครงการปรับแต่งรถคลาสสิก Porsche 356 European SL โดยนำโครงแชสซีดั้งเดิมมาบูรณะใหม่ ก่อนจะครอบทับด้วยตัวถังอะลูมิเนียมที่กว้างและเตี้ยลง ซึ่งขึ้นรูปด้วยมือทั้งหมดเพื่อให้ได้รูปทรงที่ปราดเปรียวและเบายิ่งขึ้น ชวนให้นึกถึงรถแข่งรุ่นบุกเบิกของค่าย การปรับแต่งพื้นผิวให้มีความตึงและรอยต่อระหว่างชิ้นส่วนที่แนบสนิท ช่วยเสริมเส้นสายทรงหยดน้ำให้คมชัดขึ้นโดยยังคงเอกลักษณ์ความโค้งมนดั้งเดิมเอาไว้
น้ำหนักรวมของตัวรถอยู่ที่ 930 กิโลกรัม ซึ่งสัดส่วนและความเบานี้ส่งผลโดยตรงต่อสมรรถนะการขับขี่ ตัวรถตั้งอยู่ใกล้พื้นถนนมากขึ้นด้วยฐานล้อที่กว้างขึ้น ส่งผลให้ตัวถังขนาดกะทัดรัดมีความแน่นหนาและมั่นคงในทุกมุมมอง ทีมงานของ Thornley Kelham ใช้เวลามากกว่า 2,000 ชั่วโมงในการขึ้นรูปและเก็บงานตัวถังอะลูมิเนียมแต่ละชิ้นด้วยมือ ก่อนจะนำมาประกอบเข้ากับจิ๊กความแม่นยำสูง เพื่อให้มั่นใจว่าแนวประตูและรอยต่อของตัวถังมีความแม่นยำเทียบเท่ารถยุคใหม่

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
กระบวนการผลิตมีการนำเทคโนโลยี CAD และ CNC เข้ามาช่วยควบคุมเรขาคณิตของโครงสร้างภายใน ผสมผสานกับงานโลหะแบบดั้งเดิมที่ทำให้ภายนอกมีเส้นโค้งยาวต่อเนื่องและขอบที่โค้งมนรับกัน รอยเชื่อมตะเข็บถูกนำมาใช้เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างที่ได้รับการบูรณะใหม่ รอยต่อภายนอกถูกขัดเรียบให้กลายเป็นผืนผิวเดียวกัน ช่วยให้แสงแดดสะท้อนพาดผ่านฝากระโปรงและซุ้มล้อหลังได้อย่างไร้รอยต่อ
การทำรถ Restomod หรือการนำรถยนต์คลาสสิกมาบูรณะร่วมกับเทคโนโลยีสมรรถนะสูงสมัยใหม่ เช่นที่ Thornley Kelham ทำกับ Porsche 356 นี้ ถือเป็นเทรนด์ยอดนิยมในกลุ่มนักสะสมที่ต้องการเสน่ห์ความคลาสสิกแบบดั้งเดิมคู่ไปกับการใช้งานที่ไว้วางใจได้และสมรรถนะระดับรถสปอร์ตยุคปัจจุบัน การเลือกใช้ตัวถังอะลูมิเนียมทำมือและเครื่องยนต์แอร์คูลด์ที่ถูกขยายความจุ ถือเป็นการรักษารากเหง้าทางวิศวกรรมดั้งเดิมของ Porsche ไว้ได้อย่างสมเกียรติ
ใต้เปลือกอะลูมิเนียมคือเครื่องยนต์แอร์คูลด์ 4 สูบนอนขนาด 2.33 ลิตรที่พัฒนาขึ้นจากเครื่องยนต์ 356 ดั้งเดิม โดยรุ่น Touring มีพละกำลัง 180 แรงม้า ขณะที่รุ่น Sport รีดแรงม้าได้ถึง 200 แรงม้า พร้อมแรงบิด 180 ปอนด์-ฟุต ด้วยน้ำหนักตัวรถที่ 930 กิโลกรัม ทำให้รุ่น Sport มีสัดส่วนพละกำลังเกิน 200 แรงม้าต่อตัน ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีดแบบ dogleg ไปยังล้อหลังแทนที่เกียร์ 4 สปีดเดิม
ทางด้านวิศวกรรมแชสซีส์ได้รับการปรับปรุงครั้งใหญ่ มีการเสริมความแข็งแกร่งและเชื่อมตะเข็บโครงสร้างเดิม พร้อมติดตั้งระบบพวงมาลัยแร็คแอนด์พิเนียน และเรขาคณิตช่วงล่างหลังที่ได้แรงบันดาลใจจาก Porsche 911 รุ่นแรกๆ ระบบเบรกใช้ดิสก์เบรกแบบมีช่องระบายความร้อนทั้งสี่ล้อ โดยมีออปชันเป็นเบรกคาร์บอนเซรามิกสำหรับลูกค้าที่ต้องการความดุดันยิ่งขึ้น นอกจากนี้ผู้ซื้อยังสามารถเลือกใช้โช้คอัพแบบปรับตั้งได้ทั้งชนิด Passive หรือ Active รวมถึงเพิ่มระบบผ่อนแรงพวงมาลัยได้ตามต้องการ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
การตกแต่งภายในห้องโดยสารดำเนินตามแนวทางน้ำหนักเบาเช่นเดียวกับภายนอก แผงหน้าปัดถูกออกแบบให้มีความบางและเรียบง่าย ติดตั้งมาตรวัดทรงกลมลงบนแผงแนวนอนที่เพรียวบาง เบาะนั่งสั่งตัดพิเศษและวัสดุหุ้มหนังช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้กับพื้นที่ภายในห้องโดยสาร ขณะเดียวกันก็สามารถออกแบบชุดกระเป๋าเดินทางให้เข้ากับรถแต่ละคันได้ตามความต้องการ ลูกค้ายังสามารถเลือกติดตั้งระบบอิเล็กทรอนิกส์สมัยใหม่ได้ตามความชอบ แต่การจัดวางจะช่วยป้องกันไม่ให้สวิตช์หรือหน้าจอดิจิทัลมาลดทอนสุนทรียภาพในการขับขี่ ภายในห้องโดยสารคงมุมมองผ่านกระจกบังลมและโลหะทำสีรอบด้าน เพื่อรักษาความเชื่อมโยงอันแนบแน่นระหว่างผู้ขับขี่และถนนซึ่งเป็นหัวใจของ Porsche 356 ยุคบุกเบิก
ที่มา: designboom
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น