iPhone อาจขึ้นราคาปีหน้า หลัง Apple ยอมรับต้นทุนชิปพุ่ง
Apple ตกลงจ่ายค่าชิป LPDDR5X และ NAND จาก Samsung ในราคาใหม่ ดันต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น 33% และ 27% ส่งสัญญาณอาจมีการปรับขึ้นราคา iPhone ในปีหน้า

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Apple ยอมจ่ายค่าหน่วยความจำ LPDDR5X ในราคาเกือบ 2 ดอลลาร์สหรัฐต่อจิกะบิต
- ราคาหน่วยความจำแฟลช NAND ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 0.33 ดอลลาร์สหรัฐต่อจิกะบิต
- ต้นทุนการผลิตรวมของ Apple เพิ่มขึ้นราว 33% และ 27% ตามประเภทหน่วยความจำ
- Oppo และ vivo เป็นค่ายมือถืออื่นที่ปฏิเสธราคาใหม่ของ Samsung แต่ยังไม่ชัดเจนเรื่องแหล่งซื้อทดแทน
รายงานจากอุตสาหกรรมซัพพลายเชนในสมาร์ทโฟน เปิดเผยว่า แอปเปิลตกลงที่จะยอมรับเงื่อนไขราคาใหม่ในการจัดซื้อชิปหน่วยความจำ LPDDR5X จากซัมซุง โดยต้องจ่ายในราคาเกือบ 2 ดอลลาร์สหรัฐต่อจิกะบิต (gigabit) ซึ่งปรับตัวสูงขึ้นจากไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ที่เคยมีราคาอยู่เพียง 1.5 ดอลลาร์สหรัฐต่อจิกะบิตเท่านั้น
นอกจากชิป DRAM แล้ว แอปเปิลยังตกลงจ่ายค่าหน่วยความจำแฟลชแบบ NAND ในราคา 0.33 ดอลลาร์สหรัฐต่อจิกะบิต ซึ่งปรับเพิ่มขึ้นจากเดิมในไตรมาสเดียวกันที่เคยมีราคาอยู่ที่ 0.26 ดอลลาร์สหรัฐต่อจิกะบิตเช่นกัน การปรับขึ้นราคาครั้งนี้ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตของแอปเปิลเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสอดคล้องกับรายงานข่าวก่อนหน้านี้จากสื่อในประเทศเกาหลีใต้ ที่ระบุว่า ซัมซุงกำลังอยู่ระหว่างการเจรจาปรับขึ้นราคาทั้ง DRAM และ NAND กับบรรดาผู้ผลิตสมาร์ทโฟนหลายราย รวมถึงแอปเปิล ซึ่งจากสถานการณ์ล่าสุดนี้แสดงให้เห็นว่าทั้งสองบริษัทน่าจะได้ข้อสรุปที่ลงตัวร่วมกันแล้ว

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ด้วยภาระต้นทุนการผลิตที่ขยับตัวสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้เกิดการคาดการณ์จากนักวิเคราะห์ว่า การปรับขึ้นราคาสินค้าในกลุ่มสมาร์ทโฟนของแอปเปิลอาจเกิดขึ้นอีกรอบในปีหน้า โดยที่ผ่านมาแอปเปิลได้ทยอยปรับราคาสินค้าในไลน์อัปต่างๆ ไปบ้างแล้ว เช่น ไอโฟน 17, ไอโฟน แอร์ และไอโฟน 17อี
การที่ซัมซุงซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของโลกปรับขึ้นราคาหน่วยความจำ สะท้อนถึงภาวะเงินเฟ้อในห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์ และต้นทุนการผลิตชิปโหนดขั้นสูงที่แพงขึ้น การที่ Apple ยอมแบกรับต้นทุนนี้แสดงว่าพวกเขายังต้องพึ่งพามาตรฐานความเสถียรและกำลังการผลิตระดับ mass production ของ Samsung อยู่มาก แม้จะพยายามกระจายความเสี่ยงไปหาซัพพลายเออร์รายอื่นก็ตาม
อย่างไรก็ตาม แอปเปิลไม่ใช่ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายเดียวที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายปรับราคาของซัมซุง เพราะก่อนหน้านี้มีรายงานว่าแบรนด์มือถือจีนอย่าง ออปโป้ (Oppo) และวีโว่ (vivo) ได้ตัดสินใจปฏิเสธราคาใหม่ที่ซัมซุงเสนอไป แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าทั้งสองบริษัทจะหันไปจัดซื้อหน่วยความจำจากผู้ผลิตรายใดมาทดแทน
ที่มา: Thairath Lifestyle
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น