IndiGo ขึ้นค่าบริการเสริม: ตั๋วถูกคงเดิมเพิ่มรายได้เสริม
สายการบิน IndiGo ปรับขึ้นค่าบริการเสริมหลายรายการ เช่น ค่าเดินทางทารก สัมภาระส่วนเกิน และบริการ Fast Forward ภายใต้การนำของซีอีโอใหม่ Willie Walsh

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- IndiGo ปรับขึ้นค่าบริการเสริมหลายรายการโดยไม่แตะต้องราคาตั๋วโดยสารพื้นฐาน
- ซีอีโอคนใหม่ Willie Walsh มุ่งเน้นการสร้างรายได้เสริมเพื่อชดเชยผลประกอบการ
- รายได้จากบริการเสริมในไตรมาสล่าสุดอยู่ที่ 2.45 หมื่นล้านรูปี เทียบกับรายได้ตั๋ว 2.19 แสนล้านรูปี
- การปรับราคาครอบคลุมค่าเดินทางทารก สัมภาระส่วนเกิน และบริการเช็กอินด่วน
IndiGo สายการบินต้นทุนต่ำรายใหญ่ที่สุดของอินเดีย ตัดสินใจปรับขึ้นค่าธรรมเนียมสำหรับบริการทางเลือกหลากหลายประเภท เพื่อเพิ่มช่องทางสร้างรายได้เข้าบริษัทโดยยังคงรักษาระดับราคาตั๋วโดยสารพื้นฐานให้สามารถแข่งขันได้เช่นเดิม การปรับเปลี่ยนครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาสำคัญภายใต้การบริหารงานของ Willie Walsh ซีอีโอคนใหม่ที่เข้ามารับตำแหน่งในเดือนสิงหาคม หลังจากสายการบินต้องเผชิญกับความท้าทายทางธุรกิจและผลประกอบการที่ผันผวน
การปรับขึ้นราคาค่าบริการเสริมในครั้งนี้ครอบคลุมถึงบริการหลายรูปแบบที่ผู้โดยสารนิยมใช้ โดยมีรายละเอียดการปรับราคาที่ชัดเจนในแต่ละประเภท
- ค่าเดินทางสำหรับทารกอายุระหว่าง 3 วันถึง 2 ปี ปรับขึ้นเป็น 3,000 รูปี หรือประมาณ 31 ดอลลาร์ จากเดิม 2,000 รูปี หรือ 21 ดอลลาร์
- ค่าสัมภาระส่วนเกินในเส้นทางบินภายในประเทศ เพิ่มขึ้นเป็น 800 รูปี หรือประมาณ 8.3 ดอลลาร์ต่อกิโลกรัม จากเดิม 700 รูปี หรือ 7.3 ดอลลาร์
- บริการ Fast Forward ซึ่งเป็นบริการเช็กอินและขึ้นเครื่องเร่งด่วน ปรับราคาสำหรับเที่ยวบินภายในประเทศเป็น 650 รูปี หรือประมาณ 7 ดอลลาร์ จากเดิม 450 รูปี หรือ 5 ดอลลาร์
- ค่าธรรมเนียมสำหรับผู้เยาว์เดินทางลำพังอยู่ที่ 5,999 รูปี และค่าออกใบรับรองการเดินทางอยู่ที่ 300 รูปี
แม้การปรับราคาเหล่านี้จะมีสัดส่วนที่ไม่สูงนักเมื่อพิจารณาเป็นรายรายการ แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์สำคัญในการขับเคลื่อนรายได้ของสายการบิน โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาจากผลประกอบการในไตรมาสที่ 1 ของปีงบประมาณ 2027 ที่สายการบินขาดทุนสุทธิถึง 2.4 พันล้านรูปี พลิก
- จากกำไรในปีก่อนหน้า ส่งผลให้การมองหาช่องทางสร้างรายได้ที่ไม่กระทบฐานลูกค้าหลักกลายเป็นเรื่องเร่งด่วน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
การที่ IndiGo เลือกใช้วิธีปรับขึ้นค่าบริการเสริมแทนการขึ้นราคาตั๋วเครื่องบินถือเป็นกลยุทธ์ที่ระมัดระวังแต่ชาญฉลาด ในตลาดการบินอินเดียที่มีการแข่งขันด้านราคาสูงมาก การรักษาฐานราคาตั๋วให้ถูกที่สุดคือหัวใจสำคัญของการครองส่วนแบ่งตลาด แต่ในขณะเดียวกัน สายการบินต้นทุนต่ำทั่วโลกมักพึ่งพารายได้จากบริการเสริม (Ancillary Revenue) เป็นเครื่องมือหลักในการทำกำไร ความท้าทายของ Willie Walsh จึงอยู่ที่การหาจุดสมดุลระหว่างการเพิ่มรายได้เสริมกับการรักษาภาพลักษณ์สายการบินประหยัดที่เข้าถึงได้ง่าย โดยไม่ทำให้ลูกรู้สึกว่าถูกเอาเปรียบจนเกินไป
"The commercial challenge for IndiGo is how much more it can monetize the passenger without making a low-cost airline feel less low-cost?"
Skift Advisory
แม้วิธีการนี้จะคล้ายคลึงกับโมเดลธุรกิจของสายการบินต้นทุนต่ำในตะวันตกอย่าง Ryanair หรือ Spirit แต่ตลาดในอินเดียมีความแตกต่างในแง่ของพฤติกรรมผู้บริโภคและความอ่อนไหวต่อราคา ทำให้ IndiGo ไม่สามารถลอกเลียนแบบกลยุทธ์ทั้งหมดได้อย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม ด้วยสัดส่วนรายได้เสริมที่ยังค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับรายได้จากการขายตั๋วโดยสารโดยรวม จึงยังมีพื้นที่อีกมากให้สายการบินสามารถเติบโตในส่วนนี้ได้ในอนาคตภายใต้การนำของผู้อำนวยการคนใหม่
ที่มา: Skift
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น