AI For All Hackathon 2026: ทรู-AWS ชวนคนไทยแก้โจทย์ประเทศ
โครงการ AI For All Hackathon เปิดรับคนไทยอายุ 18 ปีขึ้นไปไม่จำกัดอาชีพ ชิงเงินรางวัล 500,000 บาท สมัครได้ถึง 30 กันยายนนี้

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ทรูและ AWS จัด AI For All Hackathon ชิงเงินรางวัล 500,000 บาท
- เปิดรับคนไทยอายุ 18 ปีขึ้นไปทุกอาชีพ ไม่ต้องมีพื้นฐานด้าน AI
- มุ่งแก้ 6 ปัญหาใหญ่ของประเทศผ่านการใช้เครื่องมือเทคโนโลยี
- พัฒนาไอเดียสู่ซอฟต์แวร์จริงตลอดระยะเวลา 3 เดือนเต็ม
เวทีแข่งขันพัฒนาซอฟต์แวร์ทั่วไปมักเริ่มต้นจากการวัดทักษะการเขียนโปรแกรมของผู้เข้าแข่งขัน แต่โครงการ AI For All Hackathon กลับเลือกเริ่มต้นจากปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวันของคนไทย ก่อนจะสอนให้ผู้เข้าร่วมนำเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์มาปรับใช้เพื่อหาทางออก
ในงานแถลงข่าวกลุ่มย่อย คุณประเทศ ตันกุรานันท์ Head of Technology and Solution, AI First Program จากบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และ คุณวัตสัน ถิรภัทรพงศ์ Country Manager ประจำประเทศไทยของ Amazon Web Services (AWS) ได้ร่วมกันเผยถึงรายละเอียดของการแข่งขันระดับประเทศครั้งนี้ ซึ่งเปิดกว้างให้คนไทยอายุ 18 ปีขึ้นไปจากทุกสาขาอาชีพเข้าร่วมได้โดยไม่ต้องมีประสบการณ์ด้าน AI มาก่อน ชิงเงินรางวัลรวม 500,000 บาท โดยเปิดรับสมัครถึงวันที่ 30 กันยายนนี้
โครงการนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือของเครือเจริญโภคภัณฑ์ อไรซ์ เวนเจอร์ส กรุ๊ป และทรู คอร์ปอเรชั่น พร้อมด้วยเทคโนโลยีจาก AWS ภายใต้ความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ 5 ปี ที่ตั้งเป้ายกระดับทักษะคลาวด์และ AI ให้คนไทย 3 ล้านคน โดยเริ่มต้นจากการรับโจทย์ของภาครัฐที่ต้องการเพิ่มจำนวนบุคลากรมืออาชีพและนักพัฒนาด้าน AI ให้กับประเทศไทย

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
แทนที่จะใช้รูปแบบการอบรมแจกเครดิตแล้วจัดแข่งขันแบบเดิม ทีมงานได้เปลี่ยนมุมมองมาตั้งคำถามกับคนทั้งประเทศว่า ปัญหาในการทำมาหากินและการใช้ชีวิตประจำวันคืออะไร จนได้ข้อสรุปออกมาเป็น 6 หัวข้อสำคัญระดับประเทศ ได้แก่:
- การศึกษาและทักษะแห่งอนาคต ลดความเหลื่อมล้ำและช่วยครูออกแบบการเรียนรู้
- SMEs และเศรษฐกิจท้องถิ่น เพิ่มการเข้าถึงเทคโนโลยีและวิเคราะห์ตลาด
- เกษตรและอาหาร วางแผนเพาะปลูก ตรวจสอบสุขภาพพืช และรับมือสภาพอากาศ
- สุขภาพและสังคมสูงวัย สนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์และการดูแลกลุ่มเปราะบาง
- การเดินทางและเมืองอัจฉริยะ วางแผนการเดินทางและวิเคราะห์จุดเสี่ยงจราจร
- ชุมชนเข้มแข็งและยั่งยืน ระบบแจ้งเตือนภัยฉุกเฉินและประเมินความเสี่ยงน้ำท่วม
เงื่อนไขการสมัครถูกออกแบบให้กว้างที่สุด โดยเปิดรับผู้มีอายุ 18 ปีขึ้นไปรวมกลุ่มกัน 4 ถึง 5 คน และไม่จำเป็นต้องมีความรู้เรื่องการเขียนโปรแกรม เนื่องจากโครงการจะมีกระบวนการอบรมให้ตลอดเส้นทาง โดยคุณประเทศระบุว่าทุกคนในประเทศไทยย่อมต้องพบเจอปัญหาเหล่านี้อย่างน้อย 1 อย่างในบ้านของตนเอง
การจัดแฮกกาธอนที่ละทิ้งข้อกำหนดเรื่องทักษะการเขียนโค้ดถือเป็นแนวทางใหม่ที่น่าสนใจในวงการเทคโนโลยีไทย เพราะอุปสรรคสำคัญในการนำ AI มาใช้นิตofไม่ติดอยู่ที่ความสามารถของเทคโนโลยี แต่คือการที่ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์อาจไม่เข้าใจปัญหาจริงในพื้นที่ ขณะที่ผู้เผชิญปัญหาตัวจริงกลับไม่มีทักษะด้านโค้ด การสะพานเชื่อมช่องว่างนี้ด้วยแพลตฟอร์ม Low-code หรือเครื่องมือสำเร็จรูปจึงช่วยปลดล็อกศักยภาพของคนนอกสายไอทีให้กลายเป็นผู้สร้างนวัตกรรมได้จริง
กระบวนการแข่งขันถูกแบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอนหลักเพื่อพัฒนาผู้เข้าร่วมอย่างเป็นระบบ เริ่มจากการอบรมออนไลน์พื้นฐานในเดือนตุลาคม ตามด้วยการใช้ Amazon Quick ค้นคว้าข้อมูลเพื่อส่งข้อเสนอแนวคิดรอบแรกภายในวันที่ 4 พฤศจิกายน จากนั้นคณะกรรมการจะคัดเลือก 20 ทีมเข้าค่าย Bootcamp พัฒนาต้นแบบด้วย Amazon Kiro ก่อนคัดเหลือ 5 ทีมสุดท้ายเพื่อใช้ Amazon Bedrock สร้างผลิตภัณฑ์พร้อมทดสอบจริง และนำเสนอในรอบชิงชนะเลิศวันที่ 12 ธันวาคม ณ ทรู ดิจิทัล พาร์ค
จากผลวิจัยของ AWS เผยว่าคนไทยกว่า 70% ยังคงใช้งาน AI แค่ในระดับพื้นฐาน เช่น การค้นหาข้อมูลทั่วไป ขณะที่กลุ่มผู้ใช้ระดับกลางมีเพียง 10 ถึง 15% เท่านั้น โครงการนี้จึงตั้งเป้าผลักดันความท้าทายดังกล่าวให้คนไทยสามารถนำ AI ไปตอบโจทย์ภาคธุรกิจและสังคมได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับผลลัพธ์จากแฮกกาธอนเมื่อกลางปีที่ผ่านมา ที่ผู้ชนะเลิศไม่ใช่คนเขียนโค้ดแต่เป็นทนายความและเภสัชกรที่เข้าใจปัญหาในระบบนิเวศอย่างแท้จริง
"รางวัลมันเป็นกิมมิค มีแฮกกาธอนมันก็ต้องมีรางวัล แต่วัตถุประสงค์หลักของเรา เราไม่ได้อยากแจกรางวัล"
คุณประเทศ ตันกุรานันท์
สำหรับเงินรางวัลรวม 500,000 บาท ประกอบด้วยรางวัลชนะเลิศ 250,000 บาท พร้อมโอกาสบ่มเพาะธุรกิจและบัตรสอบใบรับรอง AWS รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 จำนวน 150,000 บาท และรองชนะเลิศอันดับ 2 จำนวน 100,000 บาท โดยคุณประเทศยืนยันชัดเจนว่าลิขสิทธิ์และซอร์สโค้ดทั้งหมดหลังจบโครงการจะตกเป็นของเจ้าของโซลูชันแต่เพียงผู้เดียว ทางโครงการจะไม่เข้าไปถือสิทธิ์ใดๆ ทั้งสิ้น
ที่มา: Techsauce
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น