ข้ามไปเนื้อหาหลัก

เงินเดือน 15,000 บาท ต้องมีเงินสำรองฉุกเฉินกี่บาท

แบงก์ชาติและตลาดหลักทรัพย์ฯ เผยวิธีคำนวณเงินสำรองฉุกเฉินจากรายจ่ายจำเป็น 3-6 เดือน ชี้คนเงินเดือน 15,000 บาทไม่ต้องใช้ตัวเลขเงินเดือนตั้งต้นเสมอไป

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
19 Sep 2026ที่มา: Thairath Lifestyle4 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)อัปเดตล่าสุด 20 Sep 2026
แชร์
เงินเดือน 15,000 บาท ต้องมีเงินสำรองฉุกเฉินกี่บาท

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • ธปท.และ SET แนะนำให้มีเงินสำรองฉุกเฉิน 3-6 เท่าของรายจ่ายจำเป็นต่อเดือน
  • สูตรคำนวณที่ถูกต้องคือ (รายจ่ายจำเป็น + ภาระหนี้) คูณด้วย 3 ถึง 6 เดือน ไม่ใช่ใช้เงินเดือนตั้งต้น
  • คนเงินเดือน 15,000 บาทที่มีรายจ่ายจำเป็น 10,000 บาท ควรมีเงินสำรอง 30,000-60,000 บาท
  • ผู้เริ่มต้นออมสามารถทยอยเก็บทีละขั้นจากเป้าหมาย 1 เดือน ขยับไปสู่ 3 และ 6 เดือนได้

คำถามยอดฮิตสำหรับคนทำงานเงินเดือนเริ่มต้นคือ เราควรมีเงินออมเพื่อยามฉุกเฉินเป็นจำนวนเท่าไรจึงจะปลอดภัย โดยเฉพาะผู้ที่มีรายได้ระดับ 15,000 บาท ซึ่งมักกังวลว่าเงินก้อนหลักหมื่นหรือหลักแสนจะเป็นเป้าหมายที่ไกลเกินเอื้อม ทั้งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ได้ให้แนวทางที่ช่วยให้การวางแผนทางการเงินเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้และสอดคล้องกับความเป็นจริงมากขึ้น

แนวปฏิบัติสากลที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแนะนำคือ การมีเงินออมเผื่อฉุกเฉินอย่างน้อย 3-6 เท่าของรายจ่ายจำเป็นและภาระผ่อนหนี้ต่อเดือน เพื่อรับมือกับสถานการณ์ไม่คาดฝัน เช่น การเจ็บป่วย อุบัติเหตุ รายได้ลดลง หรือการตกงาน โดยช่วยให้ไม่ต้องรีบกู้ยืมเงินนอกระบบหรือหยิบยืมผู้อื่น

3-6xเท่าของรายจ่ายจำเป็นต่อเดือน
10,000บาทรายจ่ายตัวอย่างต่อเดือน
30k-60kเป้าหมายเงินสำรอง 3-6 เดือน

จุดที่หลายคนเข้าใจคลาดเคลื่อนคือ การคิดว่าต้องนำตัวเลข “เงินเดือน” มาคูณ 3 หรือ 6 โดยตรง เช่น คนเงินเดือน 15,000 บาทเข้าใจว่าต้องมีเงินเก็บ 45,000 ถึง 90,000 บาททันที แต่แท้จริงแล้วสูตรคำนวณที่ถูกต้องจาก ธปท. คือการนำรายจ่ายจำเป็นและภาระหนี้ต่อเดือนมาเป็นตัวตั้งต้น

สูตรการคำนวณคือ เงินสำรองฉุกเฉินเท่ากับผลAคูณผลB โดยผลAคือรายจ่ายจำเป็นต่อเดือนบวกภาระผ่อนหนี้ และผลBคือระยะเวลา 3-6 เดือน ตัวอย่างเช่น หากมีเงินเดือน 15,000 บาท แต่มีรายจ่ายจำเป็นและหนี้สินรวมเพียง 7,000 บาทต่อเดือน เงินสำรองสำหรับ 3 เดือนจะอยู่ที่ 21,000 บาทเท่านั้น ไม่ใช่ 45,000 บาท

"ถ้าพรุ่งนี้ไม่มีรายได้ เรายังต้องใช้เงินขั้นต่ำเดือนละเท่าไร เพื่อดำรงชีวิตและชำระหนี้ตามปกติ"

แนวคำถามสำรวจตัวเองจากธนาคารแห่งประเทศไทยและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
calculator financial planning notebook pen Thailand

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ก่อนกำหนดเป้าหมาย จึงควรสำรวจค่าใช้จ่ายจริงโดยตั้งคำถามว่า หากพรุ่งนี้ไม่มีรายได้เข้ามาเลย เรายังต้องใช้เงินขั้นต่ำเดือนละเท่าไรเพื่อดำรงชีพ สมมติว่าเมื่อหักค่าใช้จ่ายที่ลดเลิกได้แล้ว เหลือรายจ่ายจำเป็น เช่น ค่าเช่าห้อง ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าน้ำค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ และหนี้สิน รวมประมาณ 10,000 บาทต่อเดือน เมื่อคูณด้วย 3 และ 6 เดือน จะได้เป้าหมายเงินสำรองอยู่ที่ 30,000 ถึง 60,000 บาท

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

ตารางเปรียบเทียบตามสูตรรายจ่ายจำเป็นคูณ 3-6 เดือนแสดงให้เห็นว่า หากมีรายจ่ายจำเป็น 7,000 บาท เงินสำรอง 3 เดือนคือ 21,000 บาทและ 6 เดือนคือ 42,000 บาท หากมีรายจ่าย 8,000 บาท เงินสำรองคือ 24,000 และ 48,000 บาท หากมีรายจ่าย 9,000 บาท เงินสำรองคือ 27,000 และ 54,000 บาท หากมีรายจ่าย 10,000 บาท เงินสำรองคือ 30,000 และ 60,000 บาท หากมีรายจ่าย 12,000 บาท เงินสำรองคือ 36,000 และ 72,000 บาท และหากมีรายจ่าย 15,000 บาท เงินสำรองจะอยู่ที่ 45,000 และ 90,000 บาท

การทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่าง "เงินก้อนเป้าหมาย" กับ "เปอร์เซ็นต์การออมรายเดือน" เป็นกุญแจสำคัญที่ไม่ทำให้คนเงินเดือนน้อยรู้สึกหมดAกำลังใจ หลักการ 3-6 เดือนใช้บอกว่าเราควรมีเงินกองกลางสะสมไว้เท่าไรในภาพรวม ส่วนการออมเดือนละ 10% เช่น เก็บเงิน 1,500 บาทจากเงินเดือน 15,000 บาท เป็นเพียงอัตราการทยอยเก็บสะพานไปสู่เป้าหมาย ซึ่งสามารถปรับลดได้ตามกำลังและความจำเป็นของแต่ละบุคคลโดยไม่ต้องยึดติดกับตัวเลขตายตัว

สำหรับผู้เริ่มต้นที่มองว่ายอดเงินหลักหมื่นหรือหลักแสนดูไกลเกินเอื้อม สามารถใช้วิธีซอยเป้าหมายออกเป็นขั้นบันไดได้ เช่น หากมีรายจ่ายจำเป็นเดือนละ 10,000 บาท อาจตั้งเป้าสะสมเงินสำรองสำหรับค่าใช้จ่าย 1 เดือนก่อนที่ 10,000 บาท ขยับไปที่ 3 เดือนคือ 30,000 บาท และมุ่งสู่ 6 เดือนที่ 60,000 บาทตามลำดับ การเริ่มจากเป้าหมายเล็กๆ จะช่วยลดภาระทางจิตใจและทำให้การออมดำเนินไปได้อย่างยั่งยืนโดยไม่กระทบต่อชีวิตประจำวัน

ที่มา: Thairath Lifestyle

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้