ข้ามไปเนื้อหาหลัก

ทอม วัตสัน อดีตรองหัวหน้าพรรคแรงงาน นั่งแท่นผู้บริหาร Palantir

ลอร์ด ทอม วัตสัน อดีตรัฐมนตรีและรองหัวหน้าพรรคแรงงานอังกฤษ เข้ารับตำแหน่งรองประธานอาวุโสที่ Palantir บริษัทเทคโนโลยีจากสหรัฐฯ ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์เรื่องความโปร่งใส

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
19 Sep 2026ที่มา: BBC Politics3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
ทอม วัตสัน อดีตรองหัวหน้าพรรคแรงงาน นั่งแท่นผู้บริหาร Palantir

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • ลอร์ด ทอม วัตสัน อดีตรองหัวหน้าพรรคแรงงานอังกฤษ ดำรงตำแหน่งรองประธานอาวุโสของ Palantir
  • ลอร์ด วัตสันระบุผ่าน X ว่า Palantir เป็นบริษัทที่น่าสนใจที่สุดในโลกและทำงานที่มีความสำคัญจริง
  • เซียส เบอร์รี สส. พรรคกรีน วิจารณ์การแต่งตั้งนี้ว่าเป็นประตูหมุนระหว่างการเมืองและธุรกิจขนาดใหญ่
  • Palantir ถือสัญญาภาครัฐในสหราชอาณาจักรหลายฉบับ รวมถึง NHS และกองทัพเรือ

ลอร์ด ทอม วัตสัน อดีตรัฐมนตรีและรองหัวหน้าพรรคแรงงานอังกฤษ ได้เข้ามารับตำแหน่งรองประธานอาวุโสที่ Palantir บริษัทเทคโนโลยีชื่อดังจากสหรัฐอเมริกา โดยการประกาศแต่งตั้งครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2026 ผ่านทางแพลตฟอร์ม X ซึ่งเขาได้กล่าวชื่นชมบริษัทดังกล่าวว่าเป็นองค์กรที่น่าสนใจที่สุดในโลกและดำเนินงานที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยศ

ทางด้าน ลอร์ด วัตสัน ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการลาหยุดชั่วคราวจากสภาขุนนางเนื่องจากต้องพักฟื้นจากการรักษาโรคมะเร็ง ได้สละบัตรผ่านเข้าสภาและตกลงที่จะไม่กลับมาทำหน้าที่เป็นขุนนางผู้มีส่วนร่วมในสภาขณะที่ทำงานให้กับบริษัทเทคโนโลยีแห่งนี้ โดยทาง หลุยส์ โมสลีย์ หัวหน้าฝ่ายสหราชอาณาจักรและยุโรปของ Palantir Technologies เป็นผู้เปิดเผยรายละเอียดดังกล่าว พร้อมทั้งระบุว่าลอร์ด วัตสันมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงที่ปัญญาประดิษฐ์สร้างให้กับภาครัฐในการช่วยเหลือประชาชนในสหราชอาณาจักร ซึ่งมีพนักงานของบริษัทประจำอยู่มากกว่าหนึ่งในหกของทั้งหมด

"นี่คืออีกหนึ่งตัวอย่างของประตูหมุนที่มีการกัดกร่อนระหว่างการเมืองและการล็อบบี้ของธุรกิจขนาดใหญ่ ซึ่งไม่มีที่ยืนในชีวิตสาธารณะ"

เซียส เบอร์รี

อย่างไรก็ตาม การเข้ารับตำแหน่งดังกล่าวได้สร้างความกังวลใจและเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากหลายฝ่าย โดย เซียส เบอร์รี สส. จากพรรคกรีน ออกมาวิจารณ์อย่างรุนแรงว่าเหตุการณ์นี้สะท้อนถึงปัญหาประตูหมุนระหว่างนักการเมืองและกลุ่มทุนใหญ่ พร้อมทั้งระบุว่าบริษัท Palantir ซึ่งเคยทำงานร่วมกับหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร (ICE) ของสหรัฐฯ และกองกำลังป้องกันตนเองอิสราเอล (IDF) ไม่ควรเข้ามามีบทบาทในระบบบริการสุขภาพแห่งชาติ (NHS) และบริการสาธารณะของสหราชอาณาจักร พร้อมกล่าวหาว่าการจ้างงานครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อล็อบบี้เพื่อนพ้องในรัฐบาลพรรคแรงงาน

การที่อดีตนักการเมืองระดับสูงของพรรคการเมืองฝั่งรัฐบาลข้ามไปทำงานกับบริษัทเทคโนโลยีต่างชาติที่ถือสัญญาข้อมูลภาครัฐมูลค่ามหาศาล มักตกเป็นเป้าสายตาของภาคประชาสังคมในประเด็นเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนและความโปร่งใส โดยเฉพาะ Palantir ซึ่งเป็นบริษัทวิเคราะห์ข้อมูลรายใหญ่ที่มีบทบาทสำคัญในโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุขและการบังคับใช้กฎหมายของอังกฤษ ทำให้ทุกความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการดึงบุคคลากรทางการเมืองเข้าไปร่วมงานถูกจับตาอย่างใกล้ชิดจากพรรคฝ่ายค oposición และนักเคลื่อนไหว

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

corporate technology office workspace London

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ในส่วนของบริษัท Palantir เป็นองค์กรที่พัฒนาซอฟต์แวร์ช่วยให้องค์กรต่างๆ บริหารจัดการข้อมูลได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยในสหราชอาณาจักร บริษัทถือสัญญาภาครัฐจำนวนมากกับ NHS กระทรวงกลาโหม และกองตำรวจถึง 11 แห่ง แม้ว่าบริษัทจะเผชิญข้อกังวลจาก สส. บางส่วนที่เรียกร้องให้ตรวจสอบการใช้ข้อมูลในสัญญาของ NHS อย่างเข้มงวดมากขึ้น รวมถึงกรณีพิพาททางกฎหมายกับสำนักงานนายกเทศมนตรีกรุงลอนดอนเกี่ยวกับความพยายามระงับสัญญาของตำรวจนครบาลลอนดอน แต่ทางบริษัทก็ได้โต้แย้งว่าซอฟต์แวร์ของตนช่วยยกระดับฐานข้อมูล NHS ทั้งในส่วนของคอยคิวรักษาและการจัดการเวชภัณฑ์ รวมถึงช่วยตำรวจในการกราบปรามการทุจริตและปกป้องสตรีจากความรุนแรงในครอบครัว

ที่มา: BBC Politics

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้